[1]

การเริ่มต้นใช้งาน

  • รีโมทคอนโทรล ในส่วนนี้จะอธิบายเกี่ยวกับปุ่มบนรีโมทคอนโทรลในสามบล็อกที่แยกต่างหาก
  • ขั้วต่อ
  • การติดสว่างของ LED
  • โฮมเมนู
  • การเลือกสัญญาณเข้า
  • การปรับเทียบเสียงอัตโนมัติ
  • คุณสมบัติการเข้าถึง
[2] การเริ่มต้นใช้งาน

รีโมทคอนโทรล

  • ปุ่มบนของรีโมทคอนโทรล
  • ปุ่มตรงกลางของรีโมทคอนโทรล
  • ปุ่มล่างของรีโมทคอนโทรล
[3] รีโมทคอนโทรล | รีโมทคอนโทรล

ปุ่มบนของรีโมทคอนโทรล

รีโมทคอนโทรลที่จัดมาให้ รวมทั้งเค้าโครงปุ่มสั่งการและชื่อปุ่มต่าง ๆ จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่น/ประเทศ/ภูมิภาค

รีโมทคอนโทรลมีไมโครโฟนในตัว ไมโครโฟนมีรูปร่างกลมและอยู่ในตำแหน่งมุมบนซ้ายของรีโมท โดยไฟ LED ของไมโครโฟนอยู่เหนือวงกลม และไมโครโฟนอยู่ด้านล่างของวงกลมนั้น ไฟ LED ของไมโครโฟนจะสว่างขึ้นเมื่อมีการใช้งานไมโครโฟน ที่มุมบนขวาของรีโมทคอนโทรลจะมีปุ่มเปิด/ปิด โดยปุ่มเปิด/ปิดใช้ในการเปิดและปิดทีวี ใต้ปุ่มเปิด/ปิดคือแถวปุ่มตัวเลข 4 แถว ตัวเลข 1, 2, และ 3 อยู่แถวบนสุด 4, 5, 6 อยู่แถวที่สอง และปุ่มตัวเลข 5 จะมีจุดสัมผัสได้ 7, 8, และ 9 อยู่แถวที่สาม ปุ่มจุด ปุ่มตัวเลข 0 และปุ่มข้อความอยู่แถวที่สี่ ปุ่มจุดจะใช้กับปุ่มตัวเลข 0 ถึง 9 เพื่อเลือกช่องแบบดิจิตอล ปุ่มข้อความใช้เพื่อแสดงข้อมูลตัวอักษร ด้านล่างปุ่มตัวเลขมีปุ่มสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่อยู่ข้างกัน 2 ปุ่ม ปุ่มด้านซ้ายใช้เพื่อเข้าถึง Google Play Store ปุ่มด้านขวาใช้เพื่อเข้าถึงแอปพลิเคชัน Netflix ปุ่มนี้อาจไม่มีใช้งาน ขึ้นอยู่กับพื้นที่/ประเทศหรือรุ่นของโทรทัศน์ที่คุณใช้ ด้านล่างทั้ง 2 ปุ่มนี้คือปุ่มสีทรงแคปซูล 4 ปุ่ม โดยจากทางด้านซ้าย มีสีแดง เขียว เหลือง และน้ำเงิน ปุ่มเหล่านี้ทำหน้าที่ต่างกันในเมนูต่างๆ ด้านล่างปุ่มสีคือปุ่มกลม 5 ปุ่มที่เรียงกันเป็น 2 แถว ที่แถวบน ปุ่ม 2 ปุ่มจากทางซ้ายคือปุ่มคู่มือและปุ่มแอปพลิเคชัน ปุ่มคู่มือแสดงคู่มือรายการดิจิตอลสำหรับทีวีหรือกล่องเคเบิล/ดาวเทียม (เฉพาะรุ่นที่ใช้กับการควบคุมกล่องเคเบิล/ดาวเทียมเท่านั้น) ปุ่มแอปพลิเคชันแสดงรายการแอปที่ติดตั้งแล้ว ที่แถวล่าง ปุ่ม 3 ปุ่มจากทางซ้ายคือปุ่มอินพุต ปุ่มไมโครโฟน และปุ่มการตั้งค่าแบบเร็ว ปุ่มอินพุตแสดงและเลือกแหล่งสัญญาณเข้า และอื่นๆ ปุ่มไมโครโฟนใช้สำหรับ Google Assistant และคุณสมบัติเสียงอื่นๆ เช่น การค้นหาด้วยเสียง ขณะสั่งการด้วยเสียง ให้พูดลงในไมโครโฟนที่มุมบนซ้ายของรีโมทคอนโทรล ปุ่มการตั้งค่าแบบเร็วแสดงชุดการควบคุมของการตั้งค่าภาพ เสียง และอื่นๆ ล่วงหน้า ด้านล่างปุ่มเหล่านี้คือปุ่มทรงวงแหวน 2 วงที่เชื่อมต่อกัน ที่วงแหวนด้านในมีปุ่มสัมผัสได้ 4 ปุ่ม ใช้สำหรับนำทางขึ้น ลง ซ้าย และขวา ตรงกลางคือปุ่มตกลง ซึ่งเป็นปุ่มที่นูนขึ้นมา ด้านล่างวงแหวนคือปุ่มกลม 3 ปุ่ม เริ่มจากทางด้านซ้ายคือปุ่มย้อนกลับ ปุ่มทีวี และปุ่มโฮม ปุ่มย้อนกลับจะนำท่านกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้า ปุ่มทีวีใช้สลับเป็นช่องทีวีหรืออินพุตจากแอปพลิเคชันต่างๆ ปุ่มโฮมแสดงเมนูหลักของทีวี ด้านล่างปุ่มเหล่านี้ ทางด้านซ้ายคือปุ่มยาวปรับเสียง กดส่วนบนของปุ่มปรับเสียงเพื่อเพิ่มเสียง กดส่วนล่างของปุ่มดังกล่าวเพื่อลดเสียง ทางด้านขวาคือปุ่มยาวเปลี่ยนช่อง โดยมีจุดสัมผัสได้อยู่ที่ส่วนบนของปุ่ม กดส่วนบนของปุ่มเปลี่ยนช่องเพื่อเพิ่มหมายเลขช่อง หรือกดส่วนล่างของปุ่มดังกล่าวเพื่อลดหมายเลขช่อง ตรงกลางระหว่างปุ่มทั้งสองนี้คือปุ่มกลมเรียกว่าปุ่มกระโดด ซึ่งอยู่ด้านบน และด้านล่างคือปุ่มปิดเสียง ใช้ปุ่มกระโดดเพื่อข้ามกลับไปมาระหว่างช่องหรือช่องสัญญาณเข้าสองช่อง สลับทีวีไปมาระหว่างช่องหรือช่องสัญญาณเข้าปัจจุบันกับช่องหรือช่องสัญญาณเข้าล่าสุดที่เลือก ใช้ปุ่มปิดเสียงเพื่อปิดเสียงชั่วคราว กดอีกครั้งเพื่อคืนค่าเสียง ท่านสามารถเปิดหรือปิดการใช้บริการทางลัดเพื่อการเข้าถึงแบบพิเศษได้โดยการกดปุ่มนี้ค้างไว้ ด้านล่างปุ่มปรับเสียงและปุ่มเปลี่ยนช่องคือแถวปุ่ม 3 แถว แต่ละแถวมี 3 ปุ่มเรียงกัน แถวแรกมีปุ่มเสียง ปุ่มคำบรรยาย และปุ่มช่วยเหลือ โดยมีจุดสัมผัสได้อยู่บนปุ่มเสียง ใช้ปุ่มเสียงเพื่อเลือกแหล่งที่มาแบบหลายภาษาหรือเสียงระบบคู่สำหรับรายการที่กำลังรับชม ปุ่มคำบรรยายใช้เปิดหรือปิดคำบรรยาย ปุ่มช่วยเหลือใช้เปิดเมนูความช่วยเหลือ แถวที่สองมีปุ่มกรอกลับ ปุ่มเล่น และปุ่มกรอไปข้างหน้า โดยมีจุดสัมผัสได้อยู่บนปุ่มเล่น ใช้ปุ่มเหล่านี้เพื่อควบคุมเนื้อหาของท่าน แถวที่สามคือปุ่มออก ปุ่มหยุดชั่วคราว และปุ่มแสดงข้อมูล/ข้อความ ปุ่มออกจะนำท่านกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้าหรือออกจากเมนู เมื่อบริการอินเตอร์แอคทีฟแอปพลิเคชันสามารถใช้งานได้ โปรดกดเพื่อออกจากบริการ ปุ่มหยุดชั่วคราวใช้หยุดเนื้อหาของท่าน ปุ่มแสดงข้อมูล/ข้อความใช้แสดงข้อมูล เช่น รายการและความละเอียด
[4] รีโมทคอนโทรล | รีโมทคอนโทรล

ปุ่มตรงกลางของรีโมทคอนโทรล

รีโมทคอนโทรลที่จัดมาให้ รวมทั้งเค้าโครงปุ่มสั่งการและชื่อปุ่มต่าง ๆ จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่น/ประเทศ/ภูมิภาค

รีโมทคอนโทรลมีไมโครโฟนในตัว ไมโครโฟนมีรูปร่างกลมและอยู่ในตำแหน่งมุมบนซ้ายของรีโมท โดยไฟ LED ของไมโครโฟนอยู่เหนือวงกลม และไมโครโฟนอยู่ด้านล่างของวงกลมนั้น ไฟ LED ของไมโครโฟนจะสว่างขึ้นเมื่อมีการใช้งานไมโครโฟน ที่มุมบนขวาของรีโมทคอนโทรลจะมีปุ่มเปิด/ปิด โดยปุ่มเปิด/ปิดใช้ในการเปิดและปิดทีวี ใต้ปุ่มเปิด/ปิดคือแถวปุ่มตัวเลข 4 แถว ตัวเลข 1, 2, และ 3 อยู่แถวบนสุด 4, 5, 6 อยู่แถวที่สอง และปุ่มตัวเลข 5 จะมีจุดสัมผัสได้ 7, 8, และ 9 อยู่แถวที่สาม ปุ่มจุด ปุ่มตัวเลข 0 และปุ่มข้อความอยู่แถวที่สี่ ปุ่มจุดจะใช้กับปุ่มตัวเลข 0 ถึง 9 เพื่อเลือกช่องแบบดิจิตอล ปุ่มข้อความใช้เพื่อแสดงข้อมูลตัวอักษร ด้านล่างปุ่มตัวเลขมีปุ่มสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่อยู่ข้างกัน 2 ปุ่ม ปุ่มด้านซ้ายใช้เพื่อเข้าถึง Google Play Store ปุ่มด้านขวาใช้เพื่อเข้าถึงแอปพลิเคชัน Netflix ปุ่มนี้อาจไม่มีใช้งาน ขึ้นอยู่กับพื้นที่/ประเทศหรือรุ่นของโทรทัศน์ที่คุณใช้ ด้านล่างทั้ง 2 ปุ่มนี้คือปุ่มสีทรงแคปซูล 4 ปุ่ม โดยจากทางด้านซ้าย มีสีแดง เขียว เหลือง และน้ำเงิน ปุ่มเหล่านี้ทำหน้าที่ต่างกันในเมนูต่างๆ ด้านล่างปุ่มสีคือปุ่มกลม 5 ปุ่มที่เรียงกันเป็น 2 แถว ที่แถวบน ปุ่ม 2 ปุ่มจากทางซ้ายคือปุ่มคู่มือและปุ่มแอปพลิเคชัน ปุ่มคู่มือแสดงคู่มือรายการดิจิตอลสำหรับทีวีหรือกล่องเคเบิล/ดาวเทียม (เฉพาะรุ่นที่ใช้กับการควบคุมกล่องเคเบิล/ดาวเทียมเท่านั้น) ปุ่มแอปพลิเคชันแสดงรายการแอปที่ติดตั้งแล้ว ที่แถวล่าง ปุ่ม 3 ปุ่มจากทางซ้ายคือปุ่มอินพุต ปุ่มไมโครโฟน และปุ่มการตั้งค่าแบบเร็ว ปุ่มอินพุตแสดงและเลือกแหล่งสัญญาณเข้า และอื่นๆ ปุ่มไมโครโฟนใช้สำหรับ Google Assistant และคุณสมบัติเสียงอื่นๆ เช่น การค้นหาด้วยเสียง ขณะสั่งการด้วยเสียง ให้พูดลงในไมโครโฟนที่มุมบนซ้ายของรีโมทคอนโทรล ปุ่มการตั้งค่าแบบเร็วแสดงชุดการควบคุมของการตั้งค่าภาพ เสียง และอื่นๆ ล่วงหน้า ด้านล่างปุ่มเหล่านี้คือปุ่มทรงวงแหวน 2 วงที่เชื่อมต่อกัน ที่วงแหวนด้านในมีปุ่มสัมผัสได้ 4 ปุ่ม ใช้สำหรับนำทางขึ้น ลง ซ้าย และขวา ตรงกลางคือปุ่มตกลง ซึ่งเป็นปุ่มที่นูนขึ้นมา ด้านล่างวงแหวนคือปุ่มกลม 3 ปุ่ม เริ่มจากทางด้านซ้ายคือปุ่มย้อนกลับ ปุ่มทีวี และปุ่มโฮม ปุ่มย้อนกลับจะนำท่านกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้า ปุ่มทีวีใช้สลับเป็นช่องทีวีหรืออินพุตจากแอปพลิเคชันต่างๆ ปุ่มโฮมแสดงเมนูหลักของทีวี ด้านล่างปุ่มเหล่านี้ ทางด้านซ้ายคือปุ่มยาวปรับเสียง กดส่วนบนของปุ่มปรับเสียงเพื่อเพิ่มเสียง กดส่วนล่างของปุ่มดังกล่าวเพื่อลดเสียง ทางด้านขวาคือปุ่มยาวเปลี่ยนช่อง โดยมีจุดสัมผัสได้อยู่ที่ส่วนบนของปุ่ม กดส่วนบนของปุ่มเปลี่ยนช่องเพื่อเพิ่มหมายเลขช่อง หรือกดส่วนล่างของปุ่มดังกล่าวเพื่อลดหมายเลขช่อง ตรงกลางระหว่างปุ่มทั้งสองนี้คือปุ่มกลมเรียกว่าปุ่มกระโดด ซึ่งอยู่ด้านบน และด้านล่างคือปุ่มปิดเสียง ใช้ปุ่มกระโดดเพื่อข้ามกลับไปมาระหว่างช่องหรือช่องสัญญาณเข้าสองช่อง สลับทีวีไปมาระหว่างช่องหรือช่องสัญญาณเข้าปัจจุบันกับช่องหรือช่องสัญญาณเข้าล่าสุดที่เลือก ใช้ปุ่มปิดเสียงเพื่อปิดเสียงชั่วคราว กดอีกครั้งเพื่อคืนค่าเสียง ท่านสามารถเปิดหรือปิดการใช้บริการทางลัดเพื่อการเข้าถึงแบบพิเศษได้โดยการกดปุ่มนี้ค้างไว้ ด้านล่างปุ่มปรับเสียงและปุ่มเปลี่ยนช่องคือแถวปุ่ม 3 แถว แต่ละแถวมี 3 ปุ่มเรียงกัน แถวแรกมีปุ่มเสียง ปุ่มคำบรรยาย และปุ่มช่วยเหลือ โดยมีจุดสัมผัสได้อยู่บนปุ่มเสียง ใช้ปุ่มเสียงเพื่อเลือกแหล่งที่มาแบบหลายภาษาหรือเสียงระบบคู่สำหรับรายการที่กำลังรับชม ปุ่มคำบรรยายใช้เปิดหรือปิดคำบรรยาย ปุ่มช่วยเหลือใช้เปิดเมนูความช่วยเหลือ แถวที่สองมีปุ่มกรอกลับ ปุ่มเล่น และปุ่มกรอไปข้างหน้า โดยมีจุดสัมผัสได้อยู่บนปุ่มเล่น ใช้ปุ่มเหล่านี้เพื่อควบคุมเนื้อหาของท่าน แถวที่สามคือปุ่มออก ปุ่มหยุดชั่วคราว และปุ่มแสดงข้อมูล/ข้อความ ปุ่มออกจะนำท่านกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้าหรือออกจากเมนู เมื่อบริการอินเตอร์แอคทีฟแอปพลิเคชันสามารถใช้งานได้ โปรดกดเพื่อออกจากบริการ ปุ่มหยุดชั่วคราวใช้หยุดเนื้อหาของท่าน ปุ่มแสดงข้อมูล/ข้อความใช้แสดงข้อมูล เช่น รายการและความละเอียด
[5] รีโมทคอนโทรล | รีโมทคอนโทรล

ปุ่มล่างของรีโมทคอนโทรล

รีโมทคอนโทรลที่จัดมาให้ รวมทั้งเค้าโครงปุ่มสั่งการและชื่อปุ่มต่าง ๆ จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่น/ประเทศ/ภูมิภาค

รีโมทคอนโทรลมีไมโครโฟนในตัว ไมโครโฟนมีรูปร่างกลมและอยู่ในตำแหน่งมุมบนซ้ายของรีโมท โดยไฟ LED ของไมโครโฟนอยู่เหนือวงกลม และไมโครโฟนอยู่ด้านล่างของวงกลมนั้น ไฟ LED ของไมโครโฟนจะสว่างขึ้นเมื่อมีการใช้งานไมโครโฟน ที่มุมบนขวาของรีโมทคอนโทรลจะมีปุ่มเปิด/ปิด โดยปุ่มเปิด/ปิดใช้ในการเปิดและปิดทีวี ใต้ปุ่มเปิด/ปิดคือแถวปุ่มตัวเลข 4 แถว ตัวเลข 1, 2, และ 3 อยู่แถวบนสุด 4, 5, 6 อยู่แถวที่สอง และปุ่มตัวเลข 5 จะมีจุดสัมผัสได้ 7, 8, และ 9 อยู่แถวที่สาม ปุ่มจุด ปุ่มตัวเลข 0 และปุ่มข้อความอยู่แถวที่สี่ ปุ่มจุดจะใช้กับปุ่มตัวเลข 0 ถึง 9 เพื่อเลือกช่องแบบดิจิตอล ปุ่มข้อความใช้เพื่อแสดงข้อมูลตัวอักษร ด้านล่างปุ่มตัวเลขมีปุ่มสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่อยู่ข้างกัน 2 ปุ่ม ปุ่มด้านซ้ายใช้เพื่อเข้าถึง Google Play Store ปุ่มด้านขวาใช้เพื่อเข้าถึงแอปพลิเคชัน Netflix ปุ่มนี้อาจไม่มีใช้งาน ขึ้นอยู่กับพื้นที่/ประเทศหรือรุ่นของโทรทัศน์ที่คุณใช้ ด้านล่างทั้ง 2 ปุ่มนี้คือปุ่มสีทรงแคปซูล 4 ปุ่ม โดยจากทางด้านซ้าย มีสีแดง เขียว เหลือง และน้ำเงิน ปุ่มเหล่านี้ทำหน้าที่ต่างกันในเมนูต่างๆ ด้านล่างปุ่มสีคือปุ่มกลม 5 ปุ่มที่เรียงกันเป็น 2 แถว ที่แถวบน ปุ่ม 2 ปุ่มจากทางซ้ายคือปุ่มคู่มือและปุ่มแอปพลิเคชัน ปุ่มคู่มือแสดงคู่มือรายการดิจิตอลสำหรับทีวีหรือกล่องเคเบิล/ดาวเทียม (เฉพาะรุ่นที่ใช้กับการควบคุมกล่องเคเบิล/ดาวเทียมเท่านั้น) ปุ่มแอปพลิเคชันแสดงรายการแอปที่ติดตั้งแล้ว ที่แถวล่าง ปุ่ม 3 ปุ่มจากทางซ้ายคือปุ่มอินพุต ปุ่มไมโครโฟน และปุ่มการตั้งค่าแบบเร็ว ปุ่มอินพุตแสดงและเลือกแหล่งสัญญาณเข้า และอื่นๆ ปุ่มไมโครโฟนใช้สำหรับ Google Assistant และคุณสมบัติเสียงอื่นๆ เช่น การค้นหาด้วยเสียง ขณะสั่งการด้วยเสียง ให้พูดลงในไมโครโฟนที่มุมบนซ้ายของรีโมทคอนโทรล ปุ่มการตั้งค่าแบบเร็วแสดงชุดการควบคุมของการตั้งค่าภาพ เสียง และอื่นๆ ล่วงหน้า ด้านล่างปุ่มเหล่านี้คือปุ่มทรงวงแหวน 2 วงที่เชื่อมต่อกัน ที่วงแหวนด้านในมีปุ่มสัมผัสได้ 4 ปุ่ม ใช้สำหรับนำทางขึ้น ลง ซ้าย และขวา ตรงกลางคือปุ่มตกลง ซึ่งเป็นปุ่มที่นูนขึ้นมา ด้านล่างวงแหวนคือปุ่มกลม 3 ปุ่ม เริ่มจากทางด้านซ้ายคือปุ่มย้อนกลับ ปุ่มทีวี และปุ่มโฮม ปุ่มย้อนกลับจะนำท่านกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้า ปุ่มทีวีใช้สลับเป็นช่องทีวีหรืออินพุตจากแอปพลิเคชันต่างๆ ปุ่มโฮมแสดงเมนูหลักของทีวี ด้านล่างปุ่มเหล่านี้ ทางด้านซ้ายคือปุ่มยาวปรับเสียง กดส่วนบนของปุ่มปรับเสียงเพื่อเพิ่มเสียง กดส่วนล่างของปุ่มดังกล่าวเพื่อลดเสียง ทางด้านขวาคือปุ่มยาวเปลี่ยนช่อง โดยมีจุดสัมผัสได้อยู่ที่ส่วนบนของปุ่ม กดส่วนบนของปุ่มเปลี่ยนช่องเพื่อเพิ่มหมายเลขช่อง หรือกดส่วนล่างของปุ่มดังกล่าวเพื่อลดหมายเลขช่อง ตรงกลางระหว่างปุ่มทั้งสองนี้คือปุ่มกลมเรียกว่าปุ่มกระโดด ซึ่งอยู่ด้านบน และด้านล่างคือปุ่มปิดเสียง ใช้ปุ่มกระโดดเพื่อข้ามกลับไปมาระหว่างช่องหรือช่องสัญญาณเข้าสองช่อง สลับทีวีไปมาระหว่างช่องหรือช่องสัญญาณเข้าปัจจุบันกับช่องหรือช่องสัญญาณเข้าล่าสุดที่เลือก ใช้ปุ่มปิดเสียงเพื่อปิดเสียงชั่วคราว กดอีกครั้งเพื่อคืนค่าเสียง ท่านสามารถเปิดหรือปิดการใช้บริการทางลัดเพื่อการเข้าถึงแบบพิเศษได้โดยการกดปุ่มนี้ค้างไว้ ด้านล่างปุ่มปรับเสียงและปุ่มเปลี่ยนช่องคือแถวปุ่ม 3 แถว แต่ละแถวมี 3 ปุ่มเรียงกัน แถวแรกมีปุ่มเสียง ปุ่มคำบรรยาย และปุ่มช่วยเหลือ โดยมีจุดสัมผัสได้อยู่บนปุ่มเสียง ใช้ปุ่มเสียงเพื่อเลือกแหล่งที่มาแบบหลายภาษาหรือเสียงระบบคู่สำหรับรายการที่กำลังรับชม ปุ่มคำบรรยายใช้เปิดหรือปิดคำบรรยาย ปุ่มช่วยเหลือใช้เปิดเมนูความช่วยเหลือ แถวที่สองมีปุ่มกรอกลับ ปุ่มเล่น และปุ่มกรอไปข้างหน้า โดยมีจุดสัมผัสได้อยู่บนปุ่มเล่น ใช้ปุ่มเหล่านี้เพื่อควบคุมเนื้อหาของท่าน แถวที่สามคือปุ่มออก ปุ่มหยุดชั่วคราว และปุ่มแสดงข้อมูล/ข้อความ ปุ่มออกจะนำท่านกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้าหรือออกจากเมนู เมื่อบริการอินเตอร์แอคทีฟแอปพลิเคชันสามารถใช้งานได้ โปรดกดเพื่อออกจากบริการ ปุ่มหยุดชั่วคราวใช้หยุดเนื้อหาของท่าน ปุ่มแสดงข้อมูล/ข้อความใช้แสดงข้อมูล เช่น รายการและความละเอียด
[6] การเริ่มต้นใช้งาน

ขั้วต่อ

ประเภทและรูปทรงของขั้วต่อที่มีให้จะแตกต่างกันออกไปตามทีวีของท่าน
ดูตำแหน่งของขั้วต่อได้จาก คู่มือการตั้งค่า (คู่มือจัดพิมพ์)

ขั้วต่อคำอธิบาย
ภาพพอร์ต USB
USB
เชื่อมต่อเข้ากับกล้องดิจิตอล/กล้องวิดีโอ/ที่จัดเก็บสื่อ USB

หมายเหตุ

  • การเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ USB ขนาดใหญ่อาจรบกวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ข้างๆ กัน ในกรณีนี้ ให้เชื่อมต่อกับอินพุต USB อื่นแทน
ภาพขั้วต่อ REMOTE RS-232C
REMOTE RS-232C
ขั้วต่อนี้ใช้สำหรับให้บริการเท่านั้น
ภาพช่องต่อ VIDEO IN
VIDEO IN
เชื่อมต่อกับ VCR/อุปกรณ์วิดีโอเกม/เครื่องเล่น DVD/กล้องวิดีโอ
สำหรับการเชื่อมต่อแบบคอมโพสิท ให้ใช้ สายต่ออนาล็อก (ไม่ได้ให้มาด้วย)
โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปทรงของสายต่ออนาล็อกที่ การเชื่อมต่อเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์หรือ DVD
ภาพช่องต่อหูฟัง
(หูฟัง)
การเชื่อมต่อเข้ากับช่องต่อหูฟังเพื่อฟังเสียงจากทีวี รองรับช่องต่อขนาดเล็กแบบสเตอริโอ 3 ขาเท่านั้น

หมายเหตุ

  • ท่านไม่สามารถส่งเสียงจากทั้งหูฟังและลำโพงทีวีได้ในเวลาเดียวกัน
ภาพขั้วต่อ HDMI IN
HDMI IN
เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ HDMI อินเทอร์เฟซ HDMI สามารถโอนสัญญาณภาพและเสียงระบบดิจิตอลผ่านสายเชื่อมต่อสายเดียว รับชมเนื้อหา 4K คุษภาพสูงโดยต่อ Premium High Speed HDMI Cable(s) และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อตั้งค่าพอร์ต [รูปแบบสัญญาณ HDMI] of the HDMI IN
ภาพพอร์ต HDMI IN SUPPORT 8K หรือ 4K 120p
HDMI IN (8K, 4K 120 Hz)
หาคุณใช้อุปกรณ์ HDMI ที่รองรับการจ่ายสัญญาณวิดีโอแบบ 8K หรือ 4K 100/120 Hz ให้ต่อ Ultra High Speed HDMI Cable และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อตั้งค่า [รูปแบบสัญญาณ HDMI] ของพอร์ต HDMI IN

หมายเหตุ

  • การรองรับสัญญาณ 4K 100 Hz จะขึ้นอยู่กับประเทศ/ภูมิภาคของคุณ
ภาพพอร์ต HDMI IN SUPPORT 8K หรือ 4K 120p
HDMI IN (4K 120 Hz)
หากคุณใช้อุปกรณ์ HDMI ที่รองรับการจ่ายสัญญาณวิดีโอแบบ 4K 100/120 Hz ให้ต่อ Ultra High Speed HDMI Cable และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อตั้งค่า [รูปแบบสัญญาณ HDMI] ของพอร์ต HDMI IN

หมายเหตุ

  • การรองรับสัญญาณ 4K 100 Hz จะขึ้นอยู่กับประเทศ/ภูมิภาคของคุณ
ภาพพอร์ต HDMI IN eARC/ARCภาพพอร์ต HDMI IN ARC
HDMI IN (eARC/ARC)
เชื่อมต่อเครื่องเสียงที่รองรับ eARC (Enhanced Audio Return Channel) หรือ ARC (Audio Return Channel) โดยต่อสายเข้าที่พอร์ต HDMI ที่ระบุเป็นeARC/ARC” ที่ทีวี นี่เป็นคุณสมบัติที่ส่งเสียงไปยังระบบเสียงที่รองรับ eARC/ARC ผ่านสาย HDMI หากระบบเสียงไม่รองรับ eARC/ARC ท่านจะต้องเชื่อมต่อกับ DIGITAL AUDIO OUT (OPTICAL)
ภาพช่องต่อ DVI
DVI
การเชื่อมต่อหัวแปลง DVI - HDMI/อุปกรณ์ HDMI
หากอุปกรณ์มีช่องต่อ DVI ให้เชื่อมต่อเข้ากับช่อง HDMI IN ที่รองรับ DVI ผ่านหัวแปลง DVI - HDMI (ไม่ให้มาด้วย) และเชื่อมต่อช่องสัญญาณเสียงออกของอุปกรณ์กับช่อง HDMI AUDIO IN
ภาพพอร์ต HDMI AUDIO IN
HDMI AUDIO IN
การเชื่อมต่อหัวแปลง DVI - HDMI/อุปกรณ์ HDMI
หากอุปกรณ์มีช่องเสียบ DVI ให้เชื่อมต่อกับช่องสัญญาณขาเข้า HDMI IN ที่รองรับ DVI ผ่านทางอินเตอร์เฟซหัวแปลง DVI - HDMI (ไม่ได้จัดมาให้) แล้วทำการต่อช่องสัญญาณเสียงขาออกของอุปกรณ์เข้าที่ HDMI AUDIO IN
ภาพช่องต่อ DIGITAL AUDIO OUT (OPTICAL)
DIGITAL AUDIO OUT (OPTICAL)
เชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเสียงด้วยช่องอินพุตเสียงออปติคอล
เมื่อการเชื่อมต่อระบบเสียงไม่สามารถใช้ได้กับ ARC โดยใช้สาย HDMI ท่านต้องเชื่อมสายสัญญาณเสียงออปติคอลเข้ากับ DIGITAL AUDIO OUT (OPTICAL) เพื่อให้ส่งออกเสียงดิจิตอลได้
ภาพขั้วต่อ ANTENNA
(ช่องสาย/เสาอากาศ)
การเชื่อมต่อกับสาย/เสาอากาศ/กล่องรับสัญญาณภายนอก

หมายเหตุ

  • เมื่อเชื่อมต่อสายกับช่องสาย/เสาอากาศ ให้ใช้นิ้วขันเท่านั้นเนื่องจากการเชื่อมต่อที่แน่นเกินไปอาจทำให้ทีวีเสียหายได้
ภาพพอร์ต LAN
LAN
เชื่อมต่อกับเราเตอร์
เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตโดยใช้สาย LAN
ภาพช่องต่อ CENTER SPEAKER IN
CENTER SPEAKER IN
การใช้ลำโพงทีวีเป็นลำโพงกลาง ให้เชื่อมต่อสายส่งสัญญาณของ AV รีซีฟเวอร์ของท่านเข้ากับ CENTER SPEAKER IN ของทีวี
ใช้งานลำโพงทีวีเป็นลำโพงตัวกลางโดยกดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรลและตั้งค่า [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [ลำโพง] — [เครื่องเสียง]

หมายเหตุ

  • ก่อนต่อสาย ให้ถอดสายไฟ AC (สายหลัก) ของทั้งทีวีและ AV รีซีฟเวอร์ออกก่อน
  • หากคิดว่าจะไม่ใช้ขั้วต่อ CENTER SPEAKER IN หรือ S-CENTER SPEAKER IN​ ให้ปรับตั้งค่าตามนี้เพื่อป้องกันเสียบรบกวนจากลำโพง
    กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นปิด [โหมดลำโพงกลางของทีวี] ใน [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก]
ภาพช่องต่อ S-CENTER SPEAKER IN
S-CENTER SPEAKER IN​
ต่อ TV และอุปกรณ์เสียงเข้ากับช่องจ่ายสัญญาณ/หัวเสียบ S-CENTER OUT โดยใช้ สายโหมดลำโพงกลางของทีวี ก่อนเชื่อมต่อ ให้ถอดปลั๊กจ่ายไฟ AC (สายไฟหลัก) ที่โทรทัศน์และอุปกรณ์เสียงที่จะเชื่อมต่อออก
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การใช้ทีวีเป็นลำโพงกลาง (เฉพาะรุ่นที่มีโหมด โหมดลำโพงกลางของทีวี)

หมายเหตุ

  • หากคุณไม่ได้ใช้ขั้วต่อ CENTER SPEAKER IN หรือ S-CENTER SPEAKER IN​ คุณจะต้องทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อป้องกันเสียงออกจากลำโพง
    กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นปิด [โหมดลำโพงกลางของทีวี] ใน [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก]
[7] การเริ่มต้นใช้งาน

การติดสว่างของ LED

ท่านสามารถตรวจสอบสถานะของโทรทัศน์ได้จากการติดสว่างของไฟ LED

ภาพแสดงตำแหน่งของไฟ LED ไฟ LED จะอยู่ที่ A และ B ตามลำดับโดยเริ่มจากทางซ้าย

  1. ไฟ LED สำหรับฟังก์ชันเสียง (ด้านล่างซ้ายของทีวี เฉพาะทีวีที่มีไมโครโฟนในตัว*)
  2. การตอบสนองการดำเนินการ ไฟ LED (ที่ตรงกลางด้านล่างของทีวี)

* ไมโครโฟนในตัวอาจไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิภาค/รุ่น/ภาษาของท่าน

ไฟ LED สำหรับฟังก์ชันเสียง

“สว่าง” หรือ “กระพริบ” เมื่อตรวจพบ “Ok Google” และทีวีกำลังสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ รูปแบบการสว่างของไฟ LED นี้จะขึ้นอยู่กับสถานะของการสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์

หมายเหตุ

  • คุณสามารถใช้ไมค์ในตัวที่ TV ขณะที่ สวิตช์ไมโครโฟนในตัว เปิดทำงาน ดูตำแหน่งของสวิตช์ควบคุมไมค์ในตัวได้จาก คู่มืออ้างอิง ที่จัดมาให้พร้อมกับ TV
  • หลังจากกดปุ่ม MIC/Google Assistant ที่รีโมทคอนโทรล และสิ้นสุดการเปิดใช้งานไมค์ในตัว LED ฟังก์ชั่นเสียงจะติดสว่างขณะที่ไมค์ในตัวที่ TV ดับลง (ขณะเปิดใช้งาน การตอบสนองการดำเนินการ LED จะติดสว่างเป็นสีอำพัน)

ไฟ LED การตอบสนองการดำเนินการ

“สว่าง” หรือ “กะพริบ” เป็นสีขาวเมื่อทีวีเปิดอยู่ เมื่อรับสัญญาณจากรีโมทคอนโทรล หรือเมื่ออัปเดตซอฟต์แวร์ โดยใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูล USB
เมื่อเปิดใช้งาน [การตรวจพบ "OK Google"] ไฟจะ “สว่าง” เป็นสีอำพัน (เฉพาะทีวีที่มีไมโครโฟนในตัว*)
* ไมโครโฟนในตัวอาจไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิภาค/รุ่น/ภาษาของท่าน
ขณะเปิดใช้ สวิตช์ไมโครโฟนในตัว ไฟจะ “ติดสว่าง” เป็นสีอำพัน (เฉพาะโทรทัศน์ที่มีไมค์ในตัว*)
* ไมโครโฟนในตัวอาจไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิภาค/รุ่น/ภาษาของคุณ

[8] การเริ่มต้นใช้งาน

โฮมเมนู

หน้าจอที่ปรากฏขึ้นเมื่อท่านกดปุ่ม HOME/(โฮม) ที่รีโมทคอนโทรลจะเรียกว่าโฮมเมนู จากโฮมเมนู ท่านสามารถค้นหาเนื้อหาและเลือกเนื้อหา แอป และการตั้งค่าที่แนะนำได้

ภาพใช้เป็นตัวอย่างเท่านั้นและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

ภาพของหน้าจอโฮมเมนู มีพื้นที่ห้าส่วนที่มีป้ายกำกับ A ถึง E โดยเริ่มจากด้านบน

การค้นหา การแจ้งเตือน ช่องสัญญาณเข้า ตัวตั้งเวลา และการตั้งค่า (A)

(ไมโครโฟน) / (แป้นพิมพ์บนหน้าจอ):
ใช้ไมโครโฟนบนรีโมทคอนโทรล ไมโครโฟนในตัว หรือแป้นพิมพ์บนหน้าจอที่แสดงบนทีวีเพื่อป้อนคำสำคัญและค้นหาเนื้อหาต่างๆ เมื่อเลือก (ไมโครโฟน) บนหน้าจอโฮมแล้ว ไม่ว่าท่านจะใช้ไมโครโฟนของรีโมทคอนโทรลหรือไมโครโฟนในตัวก็ตามก็จะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค/ประเทศ/ภาษา/สถานการณ์
ค้นหาด้วยเสียงได้ตามคำแนะนำในหน้า การใช้ไมโครโฟนของรีโมทคอนโทรล
(การแจ้งเตือน):
แสดงเมื่อมีการแจ้งเตือน เช่น ปัญหาการเชื่อมต่อ และยังรวมถึงการแจ้งเตือนจาก BRAVIA อีกด้วย เช่น การอัปเดตซอฟต์แวร์และระดับแบตเตอรี่ของรีโมทคอนโทรลต่ำ ตัวเลขแสดงถึงจำนวนของการแจ้งเตือน
(อินพุต):
สลับอุปกรณ์อินพุตที่ต่ออยู่กับทีวี
(ตั้งเวลา):
กำหนดค่าปรับตั้งต่าง ๆ สำหรับระบบตั้งเวลา
โปรดดูรายละเอียดที่หน้า ตั้งเวลา & นาฬิกา
(การตั้งค่า):
กำหนดการตั้งค่าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทีวี
โปรดดูรายละเอียดที่หน้า การตั้งค่า

แอป (B)

แสดงแอปโปรดของท่าน

  • หากท่านเลือก [แอป] รายการแอปที่ติดตั้งไว้จะปรากฏขึ้น
  • เลือก [เพิ่มแอปไปยังรายการโปรด] เพื่อเพิ่มแอปลงในรายการโปรด
  • หากท่านเลือกแอปที่เพิ่มเข้ามาแล้วกดปุ่ม (ตกลง) ค้างไว้บนรีโมทคอนโทรล ท่านจะสามารถเปลี่ยนลำดับการจัดเรียงหรือลบรายการโปรดได้
  • หากเลือกแอปทีวี ท่านสามารถรับชมรายการทีวีหรือป้อนข้อมูลได้

เล่นต่อ (C)

แสดงสิ่งที่ท่านสามารถดูต่อไปได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเนื้อหา

หมายเหตุ

  • หากไม่มีเนื้อหาที่สามารถใช้งานได้ ระบบจะไม่แสดง [เล่นต่อ]

ช่อง (D)

แถวด้านล่าง แอป (B) เรียกว่า “ช่อง” จากจุดนี้ท่านสามารถสืบค้นเนื้อหาที่แนะนำจากบริการวิดีโอสตรีมมิ่งได้

คำแนะนำ

  • ประวัติของช่องล่าสุดที่รับชมจะแสดงอยู่ใน [ทีวี]
  • ท่านสามารถเพิ่มเนื้อหาลงใน เล่นต่อ โดยเลือกเนื้อหาบนช่องใดก็ได้และกดปุ่ม (ตกลง) บนรีโมทคอนโทรลค้างไว้
  • ท่านสามารถย้ายบางช่องได้ใน “ช่อง (D)” ซึ่งอยู่ในโฮมเมนู ใช้ปุ่ม (ขึ้น) / (ลง) เพื่อเลื่อนโฟกัสไปยังไอคอนรูปวงกลมของแถวที่ท่านต้องการย้าย และกดปุ่ม (ซ้าย) (หรือปุ่ม (ขวา) ขึ้นอยู่กับภาษาที่ใช้แสดงผลของทีวี) เพื่อให้สามารถเลื่อนแถวขึ้นหรือลงได้โดยกดปุ่ม (ขึ้น) / (ลง)

ปรับช่องรายการ (E)

ปรับช่องรายการที่ใช้เพื่อแสดงหรือซ่อนช่องที่เลือก

คำแนะนำ

  • โปรดดูข้อมูลอื่นๆ ที่ “คำถามที่ถูกถามบ่อย” บนเว็บไซต์ช่วยเหลือของ Sony
    คำถามที่ถูกถามบ่อยสำหรับการแก้ไขปัญหา
[9] การเริ่มต้นใช้งาน

การเลือกสัญญาณเข้า

หากต้องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ (เช่น เครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD หรือแฟลชไดรฟ์ USB) ที่เชื่อมต่อกับทีวี หรือดูทีวีหลังจากใช้งานอุปกรณ์แล้ว ท่านจะต้องสลับช่องสัญญาณเข้า

หากท่านแก้ไขรายการและเพิ่มแอป ท่านจะสามารถสลับไปยังแอปเหล่านั้นได้ในหน้าจอเลือกช่องสัญญาณเข้า

  1. กดปุ่ม (เลือกอินพุต) ซ้ำๆ เพื่อเลือกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่
    หรือกดที่ปุ่ม (เลือกอินพุต) โดยใช้ปุ่ม (ซ้าย) / (ขวา) เพื่อเลือกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ จากนั้นกดปุ่ม (ตกลง)

หมายเหตุ

  • หากไม่มีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่กับอินพุต HDMI อินพุต HDMI อาจไม่แสดงใน [เมนูช่องต่อเข้า]

การแก้ไขรายการช่องสัญญาณเข้า

  1. กดปุ่ม (เลือกอินพุต)
  2. กดปุ่ม (ขวา) (หรือปุ่ม (ซ้าย) ขึ้นอยู่กับภาษาที่ใช้แสดงผลของทีวี) แล้วเลือก (แก้ไข)
  3. เลือกแอป/ช่องสัญญาณเข้า/อุปกรณ์ที่ต้องการแสดงหรือซ่อน
  4. เลือก [ปิด]

คำแนะนำ

  • เปลี่ยนลำดับหรือซ่อนรายการที่จัดแสดงโดยกดปุ่ม (ขึ้น) ที่รีโมทคอนโทรลขณะที่รายการถูกแรเงาเลือกอยู่ จากนั้น [ย้าย] และ [ซ่อน] จะปรากฏขึ้น หากท่านเลือก [ย้าย] ให้ใช้ (ซ้าย) / (ขวา) บนรีโมทคอนโทรลเพื่อย้ายรายการนั้นไปยังตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นกดปุ่ม (ตกลง) บนรีโมทคอนโทรล
  • ท่านสามารถเปลี่ยนเป็นการออกอากาศทางทีวีได้โดยการกดปุ่ม TV บนรีโมทคอนโทรล
[10] การเริ่มต้นใช้งาน

การปรับเทียบเสียงอัตโนมัติ

คุณสามารถแก้ไขเสียงให้ได้คุณภาพดีที่สุดสำหรับการรับชมโดยใช้ไมโครโฟนควบคุมระยะไกลเพื่อวัดระดับเสียงทดสอบจาก TV (ค่านี้อาจไม่สามารถใช้ได้สำหรับทีวีบางรุ่น)
รุ่นที่รองรับการปรับเทียบเสียงอัตโนมัติจะมีค่าปรับตั้งดังต่อไปนี้
[การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [การปรับเสียง] — [การปรับเทียบเสียงอัตโนมัติ]

ภาพการปรับเทียบเสียงอัตโนมัติ

หมายเหตุ

  • ผลการปรับเทียบจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมการรับชมของคุณ
  • เสียงทดสอบที่ดังจะถูกเปิดเล่นจากทีวีระหว่างการตรวจวัด
  • อย่าบังช่องไมโครโฟนที่ปลายรีโมทคอนโทรลระหว่างการตรวจวัด
  • อย่าย้ายรีโมทคอนโทรลระหว่างการตรวจวัด เนื่องจากอาจทำให้การตรวจวัดไม่ถูกต้อง
  • ทำการปรับเทียบเมื่อเสียงแวดล้อมของท่านเงียบสนิท เสียงอาจทำให้การตรวจวัดไม่ถูกต้อง
  • การปรับเทียบเสียงอัตโนมัติจะไม่สามารถดำเนินการได้หากท่านใช้ Sound Bar แก้ไขค่าต่อไปนี้
    [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [ลำโพง] — [ลำโพงทีวี]
  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือกค่าต่อไปนี้
    [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [การปรับเสียง] — [การปรับเทียบเสียงอัตโนมัติ] — [การตั้งค่าการปรับเทียบเสียงอัตโนมัติ]
  2. ตรวจวัดตามคำแนะนำบนหน้าจอ
    เสียงจะถูกแก้ไขอัตโนมัติตามผลการตรวจวัดเงื่อนไขแวดล้อมในการรับชมของท่าน
    ภาพแสดงการปรับเทียบเสียงอัตโนมัติ ถือรีโมทคอนโทรลที่ระดับอกของท่านและชี้ไมโครโฟนไปที่ทีวีเพื่อทำการตรวจวัด

คำแนะนำ

การปรับเทียบเสียงอัตโนมัติอาจล้มเหลวในกรณีต่อไปนี้

  • หากมีการย้ายรีโมทคอนโทรลระหว่างการตรวจวัด
  • หากมีเสียงอื่นนอกจากเสียงทดสอบ (เช่น เสียงรบกวน) ระหว่างการตรวจวัด
[11] การเริ่มต้นใช้งาน

คุณสมบัติการเข้าถึง

ทีวีนี้มีคุณสมบัติการช่วยการเข้าถึง [การเข้าถึง] เช่นฟังก์ชันแปลงข้อความเป็นคำพูดสำหรับข้อความบนหน้าจอการซูมเพื่อให้อ่านข้อความได้ง่ายขึ้นและคำบรรยาย

หมายเหตุ

  • คุณสมบัติบางส่วนอาจไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศของท่าน

กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ระบบ] — [การเข้าถึง] เพื่อกำหนดค่าคุณสมบัติเสริมการใช้งานของผู้ใช้

[การเข้าถึง] มีฟังก์ชันทางลัดเพื่อให้ท่านสามารถเปิดหรือปิดได้โดยการกดปุ่ม (ปิดเสียง) บนรีโมทคอนโทรลค้างไว้เป็นเวลา 3 วินาที

คำแนะนำ

  • เปลี่ยนฟังก์ชั่นลัดโดยเลือก [ทางลัดสำหรับการเข้าถึง] ใน [การเข้าถึง] เปิดใช้งาน [เปิดใช้ทางลัดการเข้าถึง] แล้วเปลี่ยนฟังก์ชั่นเป็น [บริการทางลัด]
  • หากคุณเลือก [บทช่วยสอนเกี่ยวกับการเข้าถึง] ใน [การเข้าถึง] ท่านจะสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติการใช้งานสำหรับผู้ใช้ที่โทรทัศน์รองรับ (คุณสมบัตินี้อาจไม่มีในรุ่นที่ท่านใช้)
  • หากต้องการใช้การแปลงข้อความเป็นคำพูดกับคู่มือช่วยเหลือโปรดดูคู่มือช่วยเหลือในเว็บไซต์สนับสนุน Sony โดยใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน
  • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานได้จากเว็บไซต์ให้บริการของ Sony

    https://www.sony.net/A11y.AndroidTV/
    รหัสสำหรับเว็บไซต์บริการของ Sony

    https://www.sony.net/A11y.AndroidTV/

[12]

คุณสมบัติการทำงานที่เป็นประโยชน์

  • การค้นหาเนื้อหา/การใช้งานทีวีด้วยเสียงของท่าน
  • กำลังใช้งานแอปที่ต้องการ
  • ใช้งานแอปและบริการสตรีมมิ่งวิดีโออย่างปลอดภัย (ความปลอดภัยและข้อจำกัด)
[13] คุณสมบัติการทำงานที่เป็นประโยชน์

การค้นหาเนื้อหา/การใช้งานทีวีด้วยเสียงของท่าน

  • การใช้ไมโครโฟนของรีโมทคอนโทรล คุณสมบัตินี้สามารถใช้งานได้สำหรับทีวีที่ซึ่งรีโมทคอนโทรลที่ให้มานั้นมีปุ่ม MIC
  • การใช้ไมค์ในตัวที่ TV (เฉพาะ TV ที่มีไมค์ในตัว)
[14] การค้นหาเนื้อหา/การใช้งานทีวีด้วยเสียงของท่าน | การค้นหาเนื้อหา/การใช้งานทีวีด้วยเสียงของท่าน

การใช้ไมโครโฟนของรีโมทคอนโทรล

รีโมทคอนโทรลที่รองรับระบบสั่งการด้วยเสียงจะมีปุ่ม MIC และไมโครโฟนในตัว แจ้ง Google ให้ค้นหาภาพยนตร์ แอพสตรีม เปิดเล่นเพลงและควบคุม TV ด้วยเสียงของคุณ กดปุ่ม Google Assistant (หรือ MIC) ที่รีโมทเพื่อเริ่มต้น

  1. กดปุ่ม MIC ที่รีโมทคอนโทรล
    ไฟ LED บนรีโมทคอนโทรลจะสว่างขึ้น
    ภาพปุ่ม MIC ที่รีโมทคอนโทรล
  2. พูดไปที่ไมโครโฟนขณะกดปุ่ม MIC
    อาจมีตัวอย่างคำพูดแสดงบนหน้าจอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น
    ภาพแสดงการพูดลงในส่วนบนของรีโมทคอนโทรล
    ผลการค้นหาจะปรากฏขึ้นเมื่อคุณพูดเข้าไปที่ไมโครโฟน

คำแนะนำ

  • หากคุณกดปุ่ม MIC ที่รีโมทคอนโทรลแล้วพูดว่า “Voice hints” ข้อมูลวิธีการพูดและคำสั่งเสียงที่ใช้การได้จะปรากฏขึ้น ฟังก์ชั่นนี้อาจไม่มีใช้งานขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ/ภาษาที่ใช้

เมื่อท่านไม่สามารถค้นหาโดยใช้เสียงของท่าน

ลงทะเบียนรีโมทสั่งงานด้วยเสียงที่มีปุ่ม MIC หรือ Google Assistant เข้ากับทีวีอีกครั้งโดยกดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรลแล้วเลือก [การตั้งค่า] — [รีโมตและอุปกรณ์เสริม] — [รีโมทคอนโทรล] — [เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth]

หมายเหตุ

  • การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจำเป็นสำหรับการใช้งานการค้นหาด้วยเสียง
  • ชนิดของรีโมทคอนโทรลที่ให้มาพร้อมกับทีวีจะแตกต่างกันไป และรีโมทคอนโทรลแบบมีไมโครโฟนในตัวจะมีในบางรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ รีโมทคอนโทรลเสริมสามารถใช้งานได้ในบางรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ
[15] การค้นหาเนื้อหา/การใช้งานทีวีด้วยเสียงของท่าน | การค้นหาเนื้อหา/การใช้งานทีวีด้วยเสียงของท่าน

การใช้ไมค์ในตัวที่ TV (เฉพาะ TV ที่มีไมค์ในตัว)

ไมโครโฟนในตัวของ TV อาจไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่/ประเทศ/ภาษาที่คุณเลือก

ดูรายละเอียดภาษาที่รองรับไมค์ในตัวผ่านทาง TV ได้จากเว็บไซต์ให้บริการต่อไปนี้ Sony

https://www.sony.net/tv-hf/ga/
คิวอาร์โค้ดสำหรับเว็บไซต์ช่วยเหลือของ Sony
https://www.sony.net/tv-hf/ga/

คำแนะนำ

  • URL อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ

ใช้งาน TV ได้มากกว่าผ่านเสียงของคุณเอง เริ่มต้นด้วย “Ok Google” เพื่อ:

  • ควบคุม TV และอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน
  • เพลิดเพลินไปกับเพลงและสื่อบันเทิงต่าง ๆ
  • ค้นหาคำตอบ
  • วางแผนวันของคุณเพื่อจัดการงานต่าง ๆ

หันหน้าเข้าหา TV แล้วพูดว่า “Ok Google” เพื่อเริ่มต้น

เมื่อ LED การทำงานของระบบเสียงกะพริบเป็นสีขาว ให้เริ่มพูดสั่งการ
ภาพแสดงตำแหน่งของไฟ LED บนทีวี A และ B ตามลำดับจากทางซ้าย

  1. LED ฟังก์ชั่นเสียงอยู่ที่ด้านล่างซ้ายจากตรงกลางของโทรทัศน์
  2. LED ที่ด้านล่างตรงกลางของโทรทัศน์จะติดสว่างเป็นสีอำพันขณะระบบแฮนด์ฟรีพร้อมใช้งาน

เมื่อต้องการใช้ไมโครโฟนในตัว ให้เปิดใช้งานการตั้งค่าต่อไปนี้

  1. เปิดสวิตช์ไมค์ในตัวที่ทีวี
    ดูตำแหน่งไมค์ในตัวที่สวิตช์ของทีวีได้จาก คู่มืออ้างอิง

หมายเหตุ

  • ต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ไมค์ในตัวที่ TV
  • หลังจากเปิดไมค์ในตัวที่สวิตช์ทีวี คุณจะต้องกดปุ่ม MIC/Google Assistant ที่รีโมทคอนโทรลเพื่อสิ้นสุดการตั้งค่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นผลิตภัณฑ์/ประเทศ/พื้นที่ของคุณ (เฉพาะรุ่นที่มีสวิตช์ไมค์ในตัว)
  • การใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นเมื่อเปิดใช้งานไมค์ในตัว เนื่องจากไมค์จะคอยดูดเสียงอยู่ตลอดเวลา

คำแนะนำ

  • ขณะเปิดใช้งานไมค์ในตัวจากสวิตช์ทีวี LED การตอบสนองการดำเนินการ จะติดสว่างเป็นสีอำพันแม้ว่าจะปิด TV อยู่ (สามารถตั้งค่าไม่ให้ติดสว่างได้)
  • ไมค์ในตัวของ TV อาจดูดเสียงแวดล้อมและทำงานโดยไม่ได้ตั้งใจ คุณสามารถใช้ [ความไวของไมโครโฟนในตัว] เพื่อปรับความไวของไมค์

    กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล แล้วเลือกลำดับต่อไปนี้
    [การตั้งค่า] — [ระบบ] — [ความไวของไมโครโฟนในตัว]

[16] คุณสมบัติการทำงานที่เป็นประโยชน์

กำลังใช้งานแอปที่ต้องการ

  • การติดตั้งแอพจาก Google Play Store
[17] กำลังใช้งานแอปที่ต้องการ | กำลังใช้งานแอปที่ต้องการ

การติดตั้งแอพจาก Google Play Store

ท่านสามารถติดตั้งแอพจาก Google Play Store เข้ากับทีวีลักษณะเดียวกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

หมายเหตุ

  • ท่านสามารถติดตั้งแอพที่เข้ากันได้กับทีวีเท่านั้น อาจแตกต่างจากแอพสำหรับสมาร์ทโฟน / แท็บเล็ต
  • ต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและบัญชี Google เพื่อติดตั้งแอพจาก Google Play Store

คำแนะนำ

  • หากท่านไม่มีบัญชี Google บัญชี หรือต้องการสร้างบัญชีร่วม ให้สร้างบัญชีใหม่โดยการไปที่เว็บไซต์ต่อไปนี้
    https://accounts.google.com/signup https://accounts.google.com/signup
    เว็บไซต์ข้างต้นอาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิภาค/ประเทศของท่าน นอกจากนี้ยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ โปรดดูรายละเอียดที่หน้าหลักของ Google
  • เราขอแนะนำให้ท่านสร้างบัญชี Google บัญชี บนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์พกพา
  1. กดปุ่ม HOME แล้วเลือก [แอป] จากเมนูหลัก แล้วเลือก [Google Play Store] จากรายชื่อแอพ
    หากรีโมทคอนโทรลที่ให้มานั้นมีปุ่ม APPS ท่านสามารถกดปุ่ม APPS เพื่อให้แสดงรายการแอปได้
  2. เลือกแอปที่จะติดตั้ง

หลังจากการดาวน์โหลด ระบบจะติดตั้งและเพิ่มแอปโดยอัตโนมัติ คุณสามารถเลือก [เปิด] เพื่อเรียกใช้แอพ

เกี่ยวกับแอปที่ต้องชําระเงิน

มีทั้งแอพฟรีและแบบเสียเงินใน Google Play Store. หากต้องการซื้อแอปที่ต้องชำระเงินต้องใช้รหัสบัตรของขวัญ Google Play แบบชำระล่วงหน้าหรือข้อมูลบัตรเครดิต คุณสามารถซื้อบัตรของขวัญ Google Play จากร้านค้าปลีกต่างๆ

การลบแอป

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมตคอนโทรล เลือก [การตั้งค่า] — [แอป] เลือกแอพที่จะลบแล้วทำการถอนการติดตั้ง
[18] คุณสมบัติการทำงานที่เป็นประโยชน์

ใช้งานแอปและบริการสตรีมมิ่งวิดีโออย่างปลอดภัย (ความปลอดภัยและข้อจำกัด)

ท่านสามารถใช้ทีวีได้อย่างปลอดภัยโดยตั้งข้อจำกัดการติดตั้งในแอพที่ดาวน์โหลดจากแหล่งที่ไม่รู้จักหรือการจำกัด อายุของ ผู้ใช้งานโปรแกรม และวิดีโอ (คุณสมบัติบางอย่างใช้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรุ่น / ภูมิภาค / ประเทศของคุณ)

ท่านสามารถตั้งค่าคุณสมบัติ [การควบคุมโดยผู้ปกครอง] ได้ เพื่อให้เด็กๆ ใช้งานทีวีได้อย่างปลอดภัย

  • จำกัดช่องทีวีและการใช้งานอินพุตภายนอก
  • จำกัดการติดตั้งแอปจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จัก
  • จำกัดการใช้งานแอป (ระบบล็อคด้วยรหัสผ่าน)
  • จำกัดระยะเวลาใช้งานทีวี

คุณสามารถจำกัดคุณสมบัติการทำงานต่าง ๆ โดยการตั้งค่าต่อไปนี้

กำหนดข้อจำกัดช่วงอายุสำหรับรายการต่าง ๆ

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือกคำสั่งต่อไปนี้ตามลำดับ
    [การตั้งค่า] — [ระบบ] — [การควบคุมโดยผู้ปกครอง] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [การจัดประเภทรายการทีวี]
    ตัวเลือกจะขึ้นอยู่กับรุ่น/ประเทศ/พื้นที่/ค่าปรับตั้งของคุณ

จำกัดการใช้แอป (ระบบล็อคด้วยรหัสผ่าน)

ตั้งค่าเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กใช้งานแอป เช่น อินเทอร์เน็ตเบราเซอร์

ข้อจำกัดจะถูกำหนดไว้ใน [การควบคุมโดยผู้ปกครอง]

หากตั้งค่านี้ไว้ ท่านจะต้องกรอก PIN เมื่อเริ่มการทำงานของแอพ

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล แล้วเลือกคำสั่งต่อไปนี้ตามลำดับ
    [การตั้งค่า] — [ระบบ] — [การควบคุมโดยผู้ปกครอง] — [แอปพลิเคชัน]
  2. ตั้งค่าหรือกรอก PIN
  3. เปิดใช้งาน [จำกัดแอป]
  4. เลือกแอปที่ท่านต้องการจำกัดจากรายชื่อแอป
    แอปที่ถูกจำกัดการใช้งานจะเปลี่ยนจาก (ปลดล็อคแล้ว) เป็น (ถูกล็อค) จำกัดการใช้งานแอปทั้งหมดโดยเลือก [แอปทั้งหมด]

จำกัดการติดตั้งแอปจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จัก

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล แล้วเลือกคำสั่งต่อไปนี้ตามลำดับ
    [การตั้งค่า] — [ความเป็นส่วนตัว] — [ความปลอดภัยและข้อจำกัด] — [ไม่รู้จักที่มา] — แก้ไขค่าปรับตั้งใน [ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก]

หมายเหตุ

  • หากท่านเปลี่ยนการตั้งค่า [ความปลอดภัยและข้อจำกัด] อุปกรณ์และข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีโดยแอปที่ไม่รู้จักจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่ Play Store ท่านยอมรับว่าคุณต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ของท่านหรือการสูญเสียข้อมูลที่อาจเกิดจากการใช้แอพเหล่านี้
  • หากลืม PIN คุณจะต้องรีเซ็ต TV เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน อย่าลืมรหัส PIN

คำแนะนำ

  • อาจมีข้อจำกัดอื่นๆแยกต่างหากขึ้นอยู่กับแอป สำหรับรายละเอียดโปรดดูวิธีใช้ของแอพ

จำกัดเวลาใช้งานโทรทัศน์

ตั้งค่าเพื่อจำกัดเวลาใช้งานโทรทัศน์สำหรับเด็ก

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล แล้วเลือกคำสั่งต่อไปนี้ตามลำดับ
    [การตั้งค่า] — [ระบบ] — [การควบคุมโดยผู้ปกครอง] — [เวลาจอภาพ]
  2. ตั้งค่าหรือกรอก PIN
  3. เปิดใช้งาน [จำกัดเวลาจอภาพ] เพื่อเริ่มจำกัดการใช้งาน
    ค่าจำกัดการใช้งานจะปรากฏขึ้นด้านล่าง [จำกัดเวลาจอภาพ] ปรับค่าโดยตั้งค่าใน [ขีดจำกัดเวลาการใช้] หรือ [ช่วงเวลาที่จำกัด]
[19]

การรับชมทีวี

  • การรับชมรายการทีวี
  • คุณสมบัติที่มีประโยชน์ขณะรับชมทีวี
  • การเปลี่ยนแปลงคุณภาพของภาพและเสียงตามการตั้งค่าของท่าน
[20] การรับชมทีวี

การรับชมรายการทีวี

  • การทำความเข้าใจไอคอนต่างๆ บนแถบข้อมูล
  • การใช้ผังรายการ
  • การปรับการตั้งค่าช่อง
  • การใช้ เมนูทีวี
  • การใช้บริการทีวีที่ออกอากาศแบบอินเตอร์แอคทีฟ
[21] การรับชมรายการทีวี | การรับชมรายการทีวี

การทำความเข้าใจไอคอนต่างๆ บนแถบข้อมูล

เมื่อเปลี่ยนช่อง แถบข้อมูลจะปรากฏขึ้นเป็นระยะเวลาสั้นๆ ไอคอนต่อไปนี้อาจปรากฏขึ้นในแถบข้อมูล

รายการไอคอนและคำอธิบาย :
บริการข้อมูล (แอปพลิเคชันการออกอากาศ)
:
บริการวิทยุ
:
บริการสำหรับสมาชิก/เข้ารหัส
:
มีเสียงหลายภาษาให้เลือกใช้งาน
:
มีคำบรรยายใต้ภาพ
:
มีคำบรรยายใต้ภาพและ/หรือเสียงสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน
:
อายุขั้นต่ำที่แนะนำสำหรับรายการปัจจุบัน (จาก 3 ถึง 18 ปี)
:
ควบคุมระดับสิทธิการเล่น
:
มีเสียงสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น
:
มีเสียงคำบรรยายใต้ภาพ
:
มีเสียงแบบหลายช่องเสียง
[22] การรับชมรายการทีวี | การรับชมรายการทีวี

การใช้ผังรายการ

ท่านสามารถค้นหารายการที่ชื่นชอบของท่านได้อย่างรวดเร็ว

  1. กดปุ่ม GUIDE/(คำแนะนำ) เพื่อแสดงรายการแบบดิจิตอล
  2. เลือกรายการที่จะรับชม
    รายละเอียดของรายการจะปรากฏขึ้น
  3. เลือก [รับชม] เพื่อรับชมรายการ

คำแนะนำ

  • (เฉพาะรุ่นที่รองรับกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์เท่านั้น) หากมีการตั้งค่า [การตั้งค่าการควบคุมกล่องเคเบิล/ดาวเทียม] ใน [การตั้งค่ากล่องเคเบิล/ดาวเทียม] จาก [ช่องต่อเข้า] คุณสามารถแสดงคำแนะนำรายการของกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ได้
[23] การรับชมรายการทีวี | การรับชมรายการทีวี

การปรับการตั้งค่าช่อง

  • การรับการออกอากาศสัญญาณภาพแบบดิจิตอล
  • การแยกประเภทหรือแก้ไขช่อง
[24] การปรับการตั้งค่าช่อง | การปรับการตั้งค่าช่อง | การปรับการตั้งค่าช่อง

การรับการออกอากาศสัญญาณภาพแบบดิจิตอล

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่อง] — [ตั้งค่าช่อง] — [การปรับอัตโนมัติ]
  2. ปฏิบัติตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อปรับจูนช่องดิจิตอลทั้งหมดที่มีและจัดเก็บไว้ในทีวี

การเปลี่ยนช่วงการปรับจูน

กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่อง] — [ตั้งค่าช่อง] — [ตั้งค่าแบบแอดวานซ์] — [ช่วงการปรับช่อง] — [ปกติ] หรือ [แบบขยาย]

[ปกติ]
ค้นหาช่องที่สามารถรับชมได้ภายในภูมิภาค/ประเทศของท่าน
[แบบขยาย]
ค้นหาช่องที่สามารถรับชมได้ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาค/ประเทศใด

คำแนะนำ

  • ท่านสามารถปรับจูนทีวีใหม่ได้โดยเลือก [การปรับอัตโนมัติ] แล้วทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ หลังจากย้ายไปยังที่พักอาศัยใหม่ เปลี่ยนผู้ให้บริการ หรือเพื่อค้นหาช่องที่เพิ่งเปิดใหม่
[25] การปรับการตั้งค่าช่อง | การปรับการตั้งค่าช่อง | การปรับการตั้งค่าช่อง

การแยกประเภทหรือแก้ไขช่อง

ท่านสามารถแยกประเภทการแสดงช่องตามลำดับที่ท่านต้องการได้

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่อง] — [แก้ไขรายการช่อง]
    หากกำลังแสดงผลหลายรายการ ให้เลือกรายการเดียวที่ท่านต้องการแก้ไข
  2. เลือกช่องที่ท่านต้องการย้ายไปยังตำแหน่งใหม่
    ท่านสามารถเลือก [แทรก] หรือ [สลับ] ช่องที่เลือกได้ แก้ไขโดยเลือก [ประเภทการเรียงลำดับ]
  3. เลือกตำแหน่งใหม่ที่ต้องการย้ายช่องที่เลือกไว้
  4. เลือก [เสร็จสิ้น] เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงไปใช้

หมายเหตุ

  • ตัวเลือกที่สามารถใช้งานได้อาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิภาค/ประเทศของท่าน
[26] การรับชมรายการทีวี | การรับชมรายการทีวี

การใช้ เมนูทีวี

กดปุ่ม TV ขณะดูการออกอากาศทางทีวีเพื่อแสดง [เมนูทีวี] รายชื่อช่องจะแสดงใน [เมนูทีวี] และท่านสามารถเลือกรายการบนช่องอื่น ๆ ขณะรับชมทีวีได้อย่างง่ายดาย

ท่านสามารถเพิ่มช่องรายการโปรด เมื่อใช้ตัวปรับจูนในตัวได้

ภาพของหน้าจอทีวี

หมายเหตุ

  • หน้าจอและเมนูที่แสดงอาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ท่านกำลังรับชมและรุ่น/ประเทศ/ภูมิภาคของท่าน
  1. กดปุ่ม TV ขณะดูการออกอากาศทางทีวี
    เมนูทีวี” จะแสดงที่ด้านล่างของหน้าจอ
  2. เลื่อนโฟกัสไปทางซ้ายหรือขวา แล้วเลือกรายการที่ท่านต้องการรับชม
    หากท่านเลื่อนโฟกัสลงแล้วเลือก [จัดการทีวี] หรือ [รีโมทคอนโทรล] ตัวเลือกที่มีจัดไว้ให้ขณะรับชมจะปรากฏขึ้น นอกจากนี้ท่านยังสามารถเลือกตัวเลือกอย่าง [ดิจิตอล] หรือ [เคเบิล] เพื่อแก้ไขรายการช่องที่จัดแสดง (ตัวเลือกที่ปรากฏจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่รับชม)

คำแนะนำ

  • เพิ่มช่องที่คุณกำลังรับชมเป็นรายการโปรดโดยกดปุ่ม (ขึ้น) ที่รีโมทคอนโทรลจาก [เมนูทีวี] จากนั้นเพิ่มช่องไปยังรายการโปรดจากเมนูที่ปรากฏขึ้น
  • หากท่านกำหนดค่ากล่องเคเบิล/ดาวเทียมในการตั้งค่าเบื้องต้นแล้ว ท่านสามารถกดปุ่ม TV เพื่อให้แสดงรายชื่อช่องของกล่องเคเบิล/ดาวเทียมได้

    ท่านยังสามารถใช้งานกล่องเคเบิล/ดาวเทียมด้วยแผงควบคุมที่แสดงขึ้นเมื่อท่านเลือก [รีโมทคอนโทรล] ได้อีกด้วย

    รุ่นที่รองรับกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์จะมีเมนู [การตั้งค่ากล่องเคเบิล/ดาวเทียม] ใน [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่องต่อเข้า]

[27] การรับชมรายการทีวี | การรับชมรายการทีวี

การใช้บริการทีวีที่ออกอากาศแบบอินเตอร์แอคทีฟ

การแสดงข้อมูลตัวอักษร

ท่านสามารถดูข้อมูลตัวอักษรและข้อมูลภาพกราฟฟิกที่เป็นตัวอักษรได้ ซึ่งรวมไปถึงข่าวในประเทศ ข้อมูลสภาพอากาศ และผังรายการทีวี ท่านสามารถค้นดูข้อมูลที่ท่านสนใจ และเลือกข้อมูลที่ท่านต้องการแสดงโดยการใส่หมายเลข

  1. กดปุ่ม (ข้อความ) เพื่อแสดงข้อมูลตัวอักษร

ข้อมูลเกี่ยวกับบริการข้อมูลตัวอักษรดิจิตอล

บริการข้อความดิจิทัลนำเสนอเนื้อหาที่หลากหลายพร้อมกราฟิกและรูปภาพที่ราบรื่น มีคุณสมบัติต่างๆเช่นลิงก์ของเพจและการนำทางที่ใช้งานง่าย บริการนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้แพร่ภาพกระจายเสียงจำนวนมาก (ความพร้อมใช้งานของคุณสมบัตินี้ขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศของคุณ)

ข้อมูลเกี่ยวกับบริการอินเตอร์แอคทีฟแอปพลิเคชันแบบดิจิตอล

บริการแอปพลิเคชันแบบโต้ตอบนำเสนอข้อความและกราฟิกดิจิทัลคุณภาพสูงพร้อมด้วยตัวเลือกขั้นสูง บริการนี้ได้รับการสนับสนุนโดยผู้แพร่ภาพกระจายเสียง (ความพร้อมใช้งานของคุณสมบัตินี้ขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศของคุณ)

หมายเหตุ

  • บริการแบบอินเตอร์แอคทีฟจะสามารถใช้งานได้หากมีให้บริการจากสถานีออกอากาศ
  • ฟังก์ชั่นและเนื้อหาบนหน้าจอที่ใช้ได้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานีออกอากาศ
  • หากคำบรรยายถูกเลือกไว้ และคุณเรียกใช้แอปพลิเคชั่นข้อมูลตัวอักษรดิจิตอลผ่านปุ่ม (Text) คำบรรยายอาจหยุดแสดงผลในบางกรณี เมื่อท่านออกจากแอปพลิเคชันข้อมูลตัวอักษรดิจิตอล หน้าจอคำบรรยายใต้ภาพจะแสดงขึ้นอีกครั้งโดยอัตโนมัติ
[28] การรับชมทีวี

คุณสมบัติที่มีประโยชน์ขณะรับชมทีวี

ตั้งเวลา
ใช้การตั้งเวลาเพื่อเปิดและปิดทีวี
โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ตั้งเวลา & นาฬิกา
การล็อกโดยผู้ปกครอง
ใช้ [การควบคุมโดยผู้ปกครอง] เพื่อตั้งค่าการจำกัดโดยผู้ปกครอง
โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ระบบ
(การตั้งค่าคำบรรยายใต้ภาพ)
ปรับการแสดงคำบรรยายโดยกดปุ่ม (ตั้งค่าคำบรรยาย) ขณะรับชมเนื้อหาที่มีคำบรรยาย
การปรับคุณภาพของภาพ/เสียง
ปรับคุณภาพของภาพและเสียงตามความต้องการ
โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ การแสดงผลและการปรับเสียง
[29] การรับชมทีวี

การเปลี่ยนแปลงคุณภาพของภาพและเสียงตามการตั้งค่าของท่าน

  • การปรับคุณภาพของภาพ
  • การปรับคุณภาพของเสียง
  • การตั้งค่า “การปรับเสียง” ขั้นสูง
[30] การเปลี่ยนแปลงคุณภาพของภาพและเสียงตามการตั้งค่าของท่าน | การเปลี่ยนแปลงคุณภาพของภาพและเสียงตามการตั้งค่าของท่าน

การปรับคุณภาพของภาพ

ท่านสามารถตั้งค่าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับจอแสดงผลทีวี เช่น สีและความสว่างสำหรับคุณภาพของภาพ หรือขนาดหน้าจอได้

หมายเหตุ

  • การแสดงผลจริงอาจแตกต่างกันไปหรือการตั้งค่าบางรายการอาจไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น/ประเทศ/ภูมิภาคและเนื้อหาที่ท่านกำลังรับชมอยู่

กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — และตัวเลือกที่ต้องการ

ท่านสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าดังต่อไปนี้

ภาพ

ปรับการตั้งค่าภาพ เช่น ความสว่าง สี และเฉดสี

พื้นฐาน
ท่านสามารถตั้งค่าสิ่งต่อไปนี้ได้
โหมดภาพ
เปลี่ยนคุณภาพของภาพตามเนื้อหาที่ท่านกำลังรับชมอยู่ เช่น ภาพยนตร์หรือกีฬา
ยกเลิกการตั้งค่าภาพสำหรับ ***
รีเซ็ตการตั้งค่าภาพสำหรับโหมดภาพปัจจุบันให้เป็นการตั้งค่าแรกเริ่มจากโรงงาน
โหมดภาพอัตโนมัติ
เลือกโหมดภาพโดยอัตโนมัติตามเนื้อหาที่กำลังรับชม

หมายเหตุ

  • อาจไม่สามารถตรวจพบใน โหมดภาพอัตโนมัติ และโหมดภาพจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์จ่ายสัญญาณหรือตัวสัญญาณ ในกรณีนี้ ให้แก้ไขคุณภาพของภาพด้วยตัวเองจาก [โหมดภาพ]
โหมดปรับเทียบ ***
ปรับภาพให้ได้คุณภาพใกล้กับที่ผู้จัดทำเนื้อหาต้องการขณะรับชมเนื้อหาสตรีมมิ่งวิดีโอที่รองรับและแอปที่รองรับ
ปรับแสงอัตโนมัติ
ปรับความสว่างให้เหมาะสมกับแสงสว่างโดยรอบ
เซ็นเซอร์แสงสว่างโดยรอบ
ปรับความสว่างและสีของภาพอัตโนมัติตามไฟแวดล้อม
การแสดงผลจริงอาจไม่มีขึ้นอยู่กับรุ่น/ประเทศ/พื้นที่ของคุณ
สว่าง
ปรับไฟจอภาพเพื่อแสดงสีขาวที่สว่างที่สุดและสีดำที่มืดที่สุด
สี
ปรับระดับความอิ่มตัวของสีและเฉดสี
คมชัด
ปรับความชัดเจนของภาพและลดความหยาบ
เคลื่อนไหว
ท่านสามารถตั้งค่าสิ่งต่อไปนี้ได้
Motionflow
ปรับแก้ภาพเคลื่อนไหว เพิ่มจำนวนเฟรมภาพเพื่อให้แสดงวิดีโอได้อย่างราบรื่น หากเลือก [เลือกปรับ] ท่านจะปรับ [ความลื่นไหล] และ [ความคมชัด] ได้
โหมดฟิล์ม
ปรับคุณภาพของภาพตามเนื้อหาวิดีโอ เช่น ภาพยนตร์และคอมพิวเตอร์กราฟฟิก สร้างการเคลื่อนไหวของภาพที่ถ่ายไว้ให้มีความราบรื่น (ภาพที่บันทึกไว้ที่ 24 เฟรมต่อวินาที) เช่น ภาพยนตร์
สัญญาณวิดีโอ
ท่านสามารถตั้งค่าสิ่งต่อไปนี้ได้
โหมด HDR
ภาพที่เหมาะกับสัญญาณ High Dynamic Range
ช่วงวิดีโอ HDMI
เลือกช่วงสัญญาณสำหรับช่องต่อเข้า HDMI
แถบสี
เปลี่ยนช่วงการจำลองสี
การปรับแต่งสีขั้นสูง
ท่านสามารถตั้งค่าสิ่งต่อไปนี้ได้
โทนสีขั้นสูง: พื้นฐาน
ปรับอุณหภูมิสีอย่างละเอียดสำหรับแต่ละสี
โทนสีขั้นสูง: หลายจุด (***p)
ได้รับการปรับล่วงหน้าอย่างเหมาะสมแล้วในขั้นตอนการจัดส่ง ใช้การตั้งค่านี้สำหรับการปรับแต่งอย่างมืออาชีพ ขณะปรับแต่ง เราขอแนะนำให้ใช้ตัววิเคราะห์สี
การปรับแต่งแต่ละสี
ปรับเฉดสี ความอิ่มตัว และความสว่างสำหรับแต่ละสี

จอภาพ

ปรับอัตราส่วนของหน้าจอและพื้นที่หน้าจอที่รับชมได้

โหมดจอภาพ
ปรับขนาดภาพ
กำหนดภาพระบบ 4:3
การปรับขนาดอัตโนมัติสำหรับภาพอัตราส่วน 4:3
บริเวณแสดงภาพอัตโนมัติ
ปรับพื้นที่หน้าจอที่รับชมได้ตามสัญญาณโดยอัตโนมัติ
บริเวณแสดงภาพ
ปรับพื้นที่หน้าจอที่รับชมได้
ตั้งค่าตำแหน่งหน้าจอ
ปรับตำแหน่งของหน้าจอแนวตั้งและแนวนอน
[31] การเปลี่ยนแปลงคุณภาพของภาพและเสียงตามการตั้งค่าของท่าน | การเปลี่ยนแปลงคุณภาพของภาพและเสียงตามการตั้งค่าของท่าน

การปรับคุณภาพของเสียง

ท่านสามารถตั้งค่าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเสียงทีวีได้ เช่น คุณภาพเสียงและโหมดเสียง

หมายเหตุ

  • การแสดงผลจริงอาจแตกต่างกันไปหรือการตั้งค่าบางรายการอาจไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น/ประเทศ/ภูมิภาค การตั้งค่าของทีวี และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — และตัวเลือกที่ต้องการ

ท่านสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าดังต่อไปนี้

การปรับเสียง
ปรับการตั้งค่าอินพุต เช่น ทีวีหรือ HDMI และการตั้งค่าทั่วไปอื่นๆ เพื่อใช้เอฟเฟกต์เสียงต่างๆ
ท่านสามารถกำหนดค่าด้านล่างเหล่านี้ได้
โหมดเสียง
เลือกโหมด เช่น [ภาพยนตร์], [เพลง] หรือ [Dolby Audio] ตามสภาพแวดล้อมหรือความต้องการ
การปรับแต่งเสียง
ปรับคุณภาพเสียงสำหรับแต่ละโหมดเสียงในรุ่นที่มี โหมดเสียง
ระดับเสียง
ปรับระดับเสียงของอินพุตปัจจุบัน
ปรับระดับเสียงอัตโนมัติขั้นสูง
รักษาระดับเสียงให้สม่ำเสมอสำหรับรายการและอินพุตทั้งหมด
เสมอกัน
ปรับความสมดุลของลำโพง
การติดตั้งทีวี
เอาต์พุตเสียงจากลำโพงทีวีตามตำแหน่งของทีวี
การปรับเทียบเสียงอัตโนมัติ
ปรับสัญญาณเสียงตามเงื่อนไขแวดล้อมในการรับชมของคุณ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ การปรับเทียบเสียงอัตโนมัติ
ยกเลิก
เปลี่ยนการตั้งค่าเสียงทั้งหมดกลับไปเป็นการตั้งค่าแรกเริ่มจากโรงงาน
สัญญาณเสียงออก
ปรับสำหรับหูฟังและระบบเสียง
ท่านสามารถกำหนดค่าด้านล่างเหล่านี้ได้
ลำโพง
เลือกลำโพงทีวีหรือลำโพงภายนอก
โหมดลำโพงกลางของทีวี
ใช้ลำโพงทีวีเป็นลำโพงกลางของระบบโฮมเธียร์เตอร์
การจัดลำดับความสำคัญเครื่องเสียง
หากเปิดใช้อยู่ ระบบจะเปลี่ยนเอาต์พุตเสียงเป็นระบบเสียงที่ใช้กับ BRAVIA Sync ได้โดยอัตโนมัติเมื่อเปิดทีวี
การควบคุมโฮมเธียเตอร์
เปิดระบบเสียงของท่านและอนุญาตให้ท่านควบคุมได้
การซิงค์โหมดเสียง
ช่องเสียงของระบบเสียงที่เลือกจะเปลี่ยนโดยอัตโนมัติเมื่อเปลี่ยนโหมดเสียงของทีวี
A/V sync
ปรับสัญญาณเสียงและวิดีโอขณะที่ใช้อุปกรณ์เสียง Bluetooth A2DP หรือระบบเสียงที่ต้องการซึ่งเชื่อมต่อกับสายสัญญาณ HDMI
โหมด eARC
หาก [อัตโนมัติ] ถูกเลือกไว้ สัญญาณเสียงคุณภาพสูงจะถูกจ่ายออกเมื่ออุปกรณ์ที่รองรับ eARC ถูกเชื่อมต่อกับพอร์ต HDMI ที่กำกับเป็นeARC/ARC
ช่องต่อออกของสัญญาณเสียงดิจิตอล
กำหนดค่าวิธีส่งออกขณะส่งออกเสียงดิจิตอล การตั้งค่านี้จะสามารถใช้ได้เฉพาะกรณีที่มีการตั้งค่า [ลำโพง] เป็น [เครื่องเสียง] เท่านั้น
ระดับช่องต่อออกของสัญญาณเสียงดิจิตอล
ใช้กับ PCM เท่านั้น ระดับเสียงระหว่าง PCM และเสียงที่บีบอัดจะแตกต่างออกไป
เอาต์พุต Dolby Digital Plus
เลือกเอาต์พุตสำหรับ Dolby Digital Plus เพื่อการรองรับระบบเสียง Dolby Digital Plus และ ARC หากท่านใช้ ARC และเสียงออปติคอลออก ให้เลือก [Dolby Digital] (ระบบจะปิดเสียง Dolby Digital Plus เมื่อใช้เสียงออปติคอลออก)
โหมดส่งต่อ
สัญญาณเสียงขาออกไปยังเครื่องเสียงโดยไม่มีการถอดรหัส
[32] การเปลี่ยนแปลงคุณภาพของภาพและเสียงตามการตั้งค่าของท่าน | การเปลี่ยนแปลงคุณภาพของภาพและเสียงตามการตั้งค่าของท่าน

การตั้งค่า “การปรับเสียง” ขั้นสูง

หน้านี้จะแสดงการตั้งค่าต่างๆ สำหรับคุณสมบัติที่ท่านสามารถกำหนดค่าได้ใน [การปรับเสียง]

หมายเหตุ

  • การแสดงผลจริงอาจแตกต่างกันไปหรือการตั้งค่าบางรายการอาจไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น/ประเทศ/ภูมิภาค การตั้งค่าของทีวี และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

การตั้งค่า [โหมดเสียง]

การตั้งค่าคำอธิบาย
ปกติปรับคุณภาพเสียงสำหรับเนื้อหาทั่วไป
บทสนทนาเหมาะสำหรับการสนทนาเป็นคำพูด
ภาพยนตร์ปรับคุณภาพเสียงเซอร์ราวด์สำหรับภาพยนตร์
เพลงช่วยให้ท่านสัมผัสประสบการณ์เสียงที่ชัดเจนและทรงพลัง ดังเช่นในคอนเสิร์ต
กีฬาจำลองพื้นที่ขนาดใหญ่ของสนามกีฬาหรือสถานที่อื่นๆ
Dolby Audioส่งออกเสียงที่ได้รับการประมวลผลโดยเทคโนโลยีเสียง Dolby

[การปรับแต่งเสียง]

การตั้งค่าคำอธิบาย
เซอร์ราวด์สร้างเสียงเซอร์ราวด์ที่เหมือนจริงอย่างแท้จริง
เอฟเฟกต์เสียงเซอร์ราวด์ปรับเอฟเฟกต์เสียงเซอร์ราวด์
อีควอไลเซอร์ปรับเสียงตามความถี่ที่แตกต่างกัน
เน้นเสียงเน้นเสียง
ปรับปรุงบทสนทนาเน้นเสียงเมื่อมีการตั้งค่า [โหมดเสียง] เป็น [Dolby Audio]

[ระดับเสียง]

การตั้งค่าคำอธิบาย
ออฟเซ็ทระดับเสียงปรับระดับเสียงของอินพุตในปัจจุบันให้สัมพันธ์กับอินพุตอื่นๆ
ช่วงเต็มระดับ Dolbyชดเชยระดับเสียงที่แตกต่างกันระหว่างช่องทางต่างๆ (ใช้กับเสียง Dolby Digital เท่านั้น)
ระดับเสียง MPEGปรับระดับเสียง MPEG
ช่วงเต็มระดับ HE‑AACชดเชยระดับเสียงที่แตกต่างกันระหว่างช่องทางต่างๆ (ใช้กับเสียง HE‑AAC เท่านั้น)
ระดับเสียง HE‑AACปรับระดับเสียง HE‑AAC
[33]

การใช้งานทีวีกับอุปกรณ์อื่นๆ

  • อุปกรณ์ USB
  • เครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์และ DVD
  • กล่องเคเบิล/ดาวเทียม
  • แสดงหน้าจอแอพ iPhone/สมาร์ทโฟนหรือ iPad/แท็บเล็ตที่ TV
  • คอมพิวเตอร์ กล้อง และกล้องวิดีโอ
  • เครื่องเสียง (เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์)
  • เครื่องเล่นวิดีโอเกม
  • อุปกรณ์บลูทูธ
  • อุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync
  • การรับชมภาพในแบบ 4K จากอุปกรณ์ที่รองรับ
  • คู่มือการเชื่อมต่อ BRAVIA
[34] การใช้งานทีวีกับอุปกรณ์อื่นๆ

อุปกรณ์ USB

  • การเล่นเนื้อหาที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ USB
  • ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ USB ที่ใช้สำหรับเก็บภาพถ่ายและเพลง
  • ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน
[35] อุปกรณ์ USB | อุปกรณ์ USB

การเล่นเนื้อหาที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ USB

การเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB

เชื่อมต่ออุปกรณ์เก็บข้อมูล USB เข้ากับช่อง USB ของทีวีเพื่อเพลิดเพลินไปกับภาพถ่าย เพลง และไฟล์วิดีโอที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์

ภาพประกอบของวิธีเชื่อมต่อ
  1. อุปกรณ์เก็บข้อมูล USB

เพลิดเพลินไปกับภาพถ่าย/เพลง/ภาพยนตร์ที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ USB

ท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับภาพถ่าย/เพลง/ภาพยนตร์ที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ USB บนหน้าจอทีวีได้

  1. หากอุปกรณ์ USB ที่เชื่อมต่อกับทีวีมีสวิตช์เปิดปิด ให้เปิดสวิตช์
  2. กดปุ่ม HOME/(โฮม) แล้วเลือก แอป จากเมนู Home จากนั้นเลือก [เครื่องเล่นสื่อ]
    หากรีโมทคอนโทรลที่ให้มานั้นมีปุ่ม APPS ท่านสามารถกดปุ่ม APPS
  3. เลือกชื่ออุปกรณ์ USB
  4. เลือกโฟลเดอร์ แล้วเลือกไฟล์เพื่อเล่น

การตรวจสอบฟอร์แมตของไฟล์ที่สนับสนุน

  • ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน

หมายเหตุ

  • รูปภาพหรือโฟลเดอร์บางรายการอาจใช้เวลาสักครู่ในการแสดง ขึ้นอยู่กับขนาดของภาพ ขนาดของไฟล์ และจำนวนไฟล์ในโฟลเดอร์
  • การแสดงอุปกรณ์ USB อาจใช้เวลาสักพักเนื่องจากทีวีจะต้องเข้าถึงอุปกรณ์ USB ทุกครั้งที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ USB
  • ช่อง USB ทั้งหมดบนทีวีรองรับ USB ความเร็วสูง พอร์ต USB สีน้ำเงินรองรับ SuperSpeed (USB 3.1 Gen 1 หรือ USB 3.0) ไม่รองรับฮับ USB
  • ในขณะที่ใช้อุปกรณ์ USB ห้ามปิดทีวีหรืออุปกรณ์ USB ห้ามถอดสาย USB และห้ามนำสื่อบันทึกข้อมูลออกหรือใส่ มิฉะนั้น ข้อมูลที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ USB อาจเสียหาย
  • การเล่นอาจไม่สามารถทำได้แม้ไฟล์จะอยู่ในฟอร์แมตที่สนับสนุนก็ตาม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับไฟล์ดังกล่าว

คำแนะนำ

  • โปรดดูข้อมูลอื่นๆ ที่ “คำถามที่ถูกถามบ่อย” บนเว็บไซต์ช่วยเหลือของ Sony
    คำถามที่ถูกถามบ่อยสำหรับการแก้ไขปัญหา
[36] อุปกรณ์ USB | อุปกรณ์ USB

ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ USB ที่ใช้สำหรับเก็บภาพถ่ายและเพลง

  • ช่อง USB บนทีวีสนับสนุนระบบไฟล์ FAT16, FAT32, exFAT และ NTFS
  • เมื่อเชื่อมต่อกล้องดิจิตอล Sony เข้ากับทีวีโดยใช้สาย USB ต้องตั้งค่าการเชื่อมต่อ USB บนกล้องเป็นโหมด “อัตโนมัติ” หรือ “อุปกรณ์เก็บข้อมูลขนาดใหญ่
  • หากกล้องถ่ายภาพนิ่งดิจิทัลของท่านใช้กับทีวีไม่ได้ให้ลองทำดังต่อไปนี้:
    • ตั้งค่าการเชื่อมต่อ USB บนกล้องของท่านเป็น “อุปกรณ์เก็บข้อมูลขนาดใหญ่
    • คัดลอกไฟล์จากกล้องไปยังแฟลชไดรฟ์ USB จากนั้นเชื่อมต่อไดรฟ์เข้ากับทีวี
  • ภาพถ่ายบางภาพและภาพยนตร์อาจถูกขยาย ส่งผลให้ภาพมีคุณภาพต่ำ ภาพถ่ายอาจไม่แสดงเต็มจอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและอัตราส่วน
  • อาจใช้เวลาสักครู่ในการแสดงภาพถ่ายขึ้นอยู่กับไฟล์และ / หรือการตั้งค่า
  • ไม่ว่าในกรณีใด Sony จะไม่รับผิดชอบต่อความล้มเหลวในการบันทึกหรือความเสียหายหรือการสูญหายของเนื้อหาที่บันทึกซึ่งเกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของทีวี ความผิดปกติของอุปกรณ์ USB หรือปัญหาอื่นๆ
[37] อุปกรณ์ USB | อุปกรณ์ USB

ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน

  • ภาพถ่าย
  • เพลง
  • วิดีโอ
  • อัตราการสุ่มตัวอย่างเสียง (สำหรับวิดีโอ)
  • คำบรรยายใต้ภาพจากภายนอก
[38] ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน | ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน | ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน

ภาพถ่าย

รูปแบบการใช้ : USB / เครือข่ายที่บ้าน

ฟอร์แมตของไฟล์สกุล
JPEG*.jpg / *.jpe / *.jpeg
HEIF*.heic / *.heif / *.hif
ARW *1*.arw
  • *1 ARW ใช้สำหรับเล่นไฟล์เท่านั้น

ไฟล์และฟอร์แมตอื่นๆ ที่สนับสนุน

  • เพลง
  • วิดีโอ
  • อัตราการสุ่มตัวอย่างเสียง (สำหรับวิดีโอ)
  • คำบรรยายใต้ภาพจากภายนอก
[39] ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน | ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน | ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน

เพลง

รูปแบบการใช้ : USB / เครือข่ายที่บ้าน

mp4

สกุล: *.mp4 / *.m4a

คำอธิบายอัตราการสุ่มตัวอย่าง
AAC-LC16k / 22.05k / 24k / 32k / 44.1k / 48k
HE-AAC v1 / v224k / 32k / 44.1k / 48k

3gpp

สกุล: *.3gp / *.3g2

คำอธิบายอัตราการสุ่มตัวอย่าง
AAC-LC16k / 22.05k / 24k / 32k / 44.1k / 48k
HE-AAC v1 / v224k / 32k / 44.1k / 48k

Asf

สกุล: *.wma

คำอธิบายอัตราการสุ่มตัวอย่าง
WMA9 Standard8k / 11.025k / 16k / 22.05k / 32k / 44.1k / 48k

ogg

สกุล: *.ogg

คำอธิบายอัตราการสุ่มตัวอย่าง
Vorbis8k / 11.025k / 16k / 22.05k / 32k / 44.1k / 48k

อื่นๆ

คำอธิบายอัตราการสุ่มตัวอย่าง
LPCM *132k / 44.1k / 48k

สกุล: *.mp3

คำอธิบายอัตราการสุ่มตัวอย่าง
MP1L1 / MP1L2 / MP1L3 / MP2L1 / MP2L232k / 44.1k / 48k
MP2L316k / 22.05k / 24k
MP2.5L38k / 11.025k / 12k

สกุล: *.wav

คำอธิบายอัตราการสุ่มตัวอย่าง
WAV *232k / 44.1k / 48k / 88.2k / 96k / 176.4k / 192k

สกุล: *.flac

คำอธิบายอัตราการสุ่มตัวอย่าง
FLAC16k / 22.05k / 32k / 44.1k / 48k / 88.2k / 96k / 176.4k / 192k

สกุล: *.aac

คำอธิบายอัตราการสุ่มตัวอย่าง
AAC-LC16k / 22.05k / 24k / 32k / 44.1k / 48k
HE-AAC v1 / v224k / 32k / 44.1k / 48k
  • *1 รูปแบบการใช้ของ LPCM คือเครือข่ายที่บ้านเท่านั้น
  • *2 รูปแบบการใช้ของ WAV คือ 2ch เท่านั้น

ไฟล์และฟอร์แมตอื่นๆ ที่สนับสนุน

  • ภาพถ่าย
  • วิดีโอ
  • อัตราการสุ่มตัวอย่างเสียง (สำหรับวิดีโอ)
  • คำบรรยายใต้ภาพจากภายนอก
[40] ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน | ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน | ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน

วิดีโอ

รูปแบบการใช้ : USB / เครือข่ายที่บ้าน

MPEG1 (*.mpg / *.mpe / *.mpeg)

ประเภทคำบรรยายใต้ภาพ : ภายนอก

ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Profile@Level)ตัวแปลงสัญญาณเสียงความละเอียดสูงสุด/ต่ำสุดอัตราเฟรมสูงสุด
MPEG1 MPEG1L2 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@30fps / 1280x720@60fps

MPEG2PS (*.mpg / *.mpe / *.mpeg)

ประเภทคำบรรยายใต้ภาพ : ภายนอก

ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Profile@Level)ตัวแปลงสัญญาณเสียงความละเอียดสูงสุด/ต่ำสุดอัตราเฟรมสูงสุด
MPEG2 MP@HL, MP@H14L, MP@ML MPEG1L1 / MPEG1L2 / LPCM / AC3 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@30fps / 1280x720@60fps

MPEG2TS

สกุล : *.m2t

ประเภทคำบรรยายใต้ภาพ : ภายนอก

ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Profile@Level)ตัวแปลงสัญญาณเสียงความละเอียดสูงสุด/ต่ำสุดอัตราเฟรมสูงสุด
MPEG2 MP@HL, MP@H14L, MP@ML MPEG1L1 / MPEG1L2 / AAC-LC / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / AC3 / E-AC3 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@30fps / 1280x720@60fps

สกุล : *.m2ts / *.mts

ประเภทคำบรรยายใต้ภาพ : ภายนอก

ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Profile@Level)ตัวแปลงสัญญาณเสียงความละเอียดสูงสุด/ต่ำสุดอัตราเฟรมสูงสุด
AVC / H.264 BP@L3, MP@L4.2, HP@L4.2 MPEG1L1 / MPEG1L2 / AAC-LC / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / AC3 / E-AC3 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@60fps

MP4 (*.mp4)

ประเภทคำบรรยายใต้ภาพ : ภายนอก

ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Profile@Level)ตัวแปลงสัญญาณเสียงความละเอียดสูงสุด/ต่ำสุดอัตราเฟรมสูงสุด
AVC / H.264 BP@L3, MP@L4.2, HP@L4.2 AAC-LC / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / AC3 / E-AC3 / AC4 / MPEG1L1 / MPEG1L2 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@120fps
MPEG4 SP@L6, ASP@L5, ACEP@L4 AAC-LC / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / AC3 / E-AC3 / MPEG1L1 / MPEG1L2 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@30fps / 1280x720@60fps
AVC / H.264 BP@L5.2, MP@L5.2, HP@L5.2 *1 AAC-LC / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / AC3 / E-AC3 / AC4 / LPCM 3840x2160 / QCIF (176x144) 3840x2160@60p / 1920x1080@120fps
HEVC / H.265 MP@L5.1, Main10@L5.1 AAC-LC / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / AC3 / AC4 / E-AC3 3840x2160 / QCIF (176x144) 3840x2160@60p / 1920x1080@120fps
  • *1 สายนี้รวมถึงรูปแบบการใช้ฟอร์แมต XAVC S อัตราบิตที่รองรับสูงสุดสำหรับ XAVC S คือ 100 Mbps

avi (*.avi)

ประเภทคำบรรยายใต้ภาพ : ภายนอก

ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Profile@Level)ตัวแปลงสัญญาณเสียงความละเอียดสูงสุด/ต่ำสุดอัตราเฟรมสูงสุด
Xvid MPEG1L1 / MPEG1L2 / MPEG1L3 / AC3 / E-AC3 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@30fps / 1280x720@60fps
Motion JPEG μ-LAW / PCM (U8) / PCM (S16LE) 1280x720 / QCIF (176x144) 1280x720@30fps

Asf (*.asf / *.wmv)

ประเภทคำบรรยายใต้ภาพ : ภายนอก

ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Profile@Level)ตัวแปลงสัญญาณเสียงความละเอียดสูงสุด/ต่ำสุดอัตราเฟรมสูงสุด
VC1 AP@L3, MP@HL, SP@ML WMA9 Standard 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@30fps / 1280x720@60fps

MKV (*.mkv)

ประเภทคำบรรยายใต้ภาพ : ภายใน / ภายนอก

ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Profile@Level)ตัวแปลงสัญญาณเสียงความละเอียดสูงสุด/ต่ำสุดอัตราเฟรมสูงสุด
Xvid DTS core / AC3 / AAC-LC / E-AC3 / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / MPEG1L1 / MPEG1L2 / Vorbis 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@30fps / 1280x720@60fps
AVC / H.264 BP@L3, MP@L4.2, HP@L4.2 DTS core / AC3 / AAC-LC / E-AC3 / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / MPEG1L1 / MPEG1L2 / Vorbis 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@60fps
MPEG4 SP@L6, ASP@L5, ACEP@L4 DTS core / AC3 / AAC-LC / E-AC3 / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / MPEG1L1 / MPEG1L2 / Vorbis 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@30fps / 1280x720@60fps
VP8 DTS core / AC3 / AAC-LC / E-AC3 / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / MPEG1L1 / MPEG1L2 / Vorbis 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@30fps / 1280x720@60fps
VP9 Profile 0, Profile 2 DTS core / AC3 / AAC-LC / E-AC3 / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / MPEG1L1 / MPEG1L2 / Vorbis 3840x2160 / QCIF (176x144) 3840x2160@60fps
AVC / H.264 BP@L5.2, MP@L5.2, HP@L5.2 DTS core / AC3 / AAC-LC / E-AC3 / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 3840x2160 / QCIF (176x144) 3840x2160@60p / 1920x1080@120fps
HEVC / H.265 MP@L5.1, Main10@L5.1 DTS core / AC3 / AAC-LC / E-AC3 / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 3840x2160 / QCIF (176x144) 3840x2160@60p / 1920x1080@120fps

3gpp (*.3gp / *.3g2)

ประเภทคำบรรยายใต้ภาพ : ภายนอก

ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Profile@Level)ตัวแปลงสัญญาณเสียงความละเอียดสูงสุด/ต่ำสุดอัตราเฟรมสูงสุด
MPEG4 SP@L6, ASP@L5, ACEP@L4 AAC-LC / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / AC3 / E-AC3 / MPEG1L1 / MPEG1L2 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@30fps / 1280x720@60fps
AVC / H.264 BP@L3, MP@L4.2, HP@L4.2 AAC-LC / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / AC3 / E-AC3 / MPEG1L1 / MPEG1L2 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@60fps

MOV (*.mov)

ประเภทคำบรรยายใต้ภาพ : ภายนอก

ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Profile@Level)ตัวแปลงสัญญาณเสียงความละเอียดสูงสุด/ต่ำสุดอัตราเฟรมสูงสุด
AVC / H.264 BP@L3, MP@L4.2, HP@L4.2 AAC-LC / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / AC3 / E-AC3 / MPEG1L1 / MPEG1L2 / μ-LAW / PCM (U8) / PCM (S16BE) / PCM (S16LE) 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@60fps
MPEG4 SP@L6, ASP@L5, ACEP@L4 AAC-LC / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / AC3 / E-AC3 / MPEG1L1 / MPEG1L2 / μ-LAW / PCM (U8) / PCM (S16BE) / PCM (S16LE) 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@30fps / 1280x720@60fps
Motion JPEG AAC-LC / HE-AAC v1 / HE-AAC v2 / AC3 / E-AC3 / MPEG1L1 / MPEG1L2 / μ-LAW / PCM (U8) / PCM (S16BE) / PCM (S16LE) 1280x720 / QCIF (176x144) 1280x720@30fps

WebM (*.webm)

ประเภทคำบรรยายใต้ภาพ : ภายนอก

ตัวแปลงสัญญาณวิดีโอ (Profile@Level)ตัวแปลงสัญญาณเสียงความละเอียดสูงสุด/ต่ำสุดอัตราเฟรมสูงสุด
VP8 Vorbis 1920x1080 / QCIF (176x144) 1920x1080@30fps / 1280x720@60fps
VP9 Profile 0, Profile 2 Vorbis 3840x2160 / QCIF (176x144) 3840x2160@60fps

ไฟล์และฟอร์แมตอื่นๆ ที่สนับสนุน

  • ภาพถ่าย
  • เพลง
  • อัตราการสุ่มตัวอย่างเสียง (สำหรับวิดีโอ)
  • คำบรรยายใต้ภาพจากภายนอก
[41] ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน | ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน | ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน

อัตราการสุ่มตัวอย่างเสียง (สำหรับวิดีโอ)

ตัวแปลงสัญญาณเสียงอัตราการสุ่มตัวอย่าง
LPCM44.1k / 48k
MPEG1L1 / MPEG1L232k / 44.1k / 48k
MPEG1L332k / 44.1k / 48k
AAC-LC16k / 22.05k / 24k / 32k / 44.1k / 48k
HE-AAC v1 / v224k / 32k / 44.1k / 48k
AC332k / 44.1k / 48k
AC444.1k / 48k
E-AC332k / 44.1k / 48k
Vorbis8k / 11.025k / 16k / 22.05k / 32k / 44.1k / 48k
WMA98k / 11.025k / 16k / 22.05k / 32k / 44.1k / 48k
DTS core32k / 44.1k / 48k
μ-LAW8k
PCM (U8)8k
PCM (S16LE)11.025k / 16k / 44.1k
PCM (S16BE)11.025k / 16k / 44.1k

ไฟล์และฟอร์แมตอื่นๆ ที่สนับสนุน

  • ภาพถ่าย
  • เพลง
  • วิดีโอ
  • คำบรรยายใต้ภาพจากภายนอก
[42] ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน | ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน | ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน

คำบรรยายใต้ภาพจากภายนอก

รูปแบบการใช้ : USB

ฟอร์แมตของไฟล์สกุล
SubStation Alpha*.ass / *.ssa
SubRip*.srt

ไฟล์และฟอร์แมตอื่นๆ ที่สนับสนุน

  • ภาพถ่าย
  • เพลง
  • วิดีโอ
  • อัตราการสุ่มตัวอย่างเสียง (สำหรับวิดีโอ)
[43] การใช้งานทีวีกับอุปกรณ์อื่นๆ

เครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์และ DVD

  • การเชื่อมต่อเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์หรือ DVD
  • การรับชมแผ่นบลูเรย์และ DVD
[44] เครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์และ DVD | เครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์และ DVD

การเชื่อมต่อเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์หรือ DVD

เชื่อมต่อเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD เข้ากับทีวี

ใช้วิธีการเชื่อมต่อด้านล่างตามขั้วต่อที่มีอยู่ในทีวีของคุณ

หมายเหตุ

  • ขั้วที่มีให้ใช้จะขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ

คำแนะนำ

  • นอกจากนี้ท่านยังสามารถเชื่อมต่อกล่องเคเบิล/ดาวเทียมได้เช่นเดียวกับเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD

การเชื่อมต่อ HDMI

เพื่อให้คุณภาพของภาพที่ดีที่สุด ขอแนะนำให้ต่อเครื่องเล่นของท่านกับโทรทัศน์โดยใช้สาย HDMI หากเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD มีพอร์ต (ช่องต่อ) HDMI ให้เชื่อมต่อโดยใช้สาย HDMI

ภาพประกอบของวิธีเชื่อมต่อ
  1. เครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD (เหมือนกับการเชื่อมต่อกล่องเคเบิล/ดาวเทียม)
  2. สาย HDMI (ไม่ให้มาด้วย)*

* ใช้ Premium High Speed HDMI Cable(s) ที่ได้รับอนุญาตและมีโลโก้ HDMI กำกับอยู่

  • หากอุปกรณ์มีช่องต่อ (เต้าเสียบ) DVI ให้เชื่อมต่อเข้ากับพอร์ต HDMI (ที่มี AUDIO IN) ผ่านหัวแปลง DVI - HDMI (ไม่ให้มาด้วย) และเชื่อมต่อช่องต่อสัญญาณเสียงออกของอุปกรณ์ (เต้าเสียบ) กับ HDMI AUDIO IN
    สามารถใช้งานได้ในบางรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ เข้าไปที่ คู่มือการตั้งค่า เพื่อตรวจสอบว่า TV ของคุณรองรับ HDMI AUDIO IN หรือไม่

การเชื่อมต่อแบบคอมโพสิท

หากเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD ของท่านมีพอร์ตคอมโพสิท (ช่องต่อ) ให้เชื่อมต่อโดยใช้สายวิดีโอ/เสียงคอมโพสิท

ภาพประกอบของวิธีเชื่อมต่อ
  1. เครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD (เหมือนกับการเชื่อมต่อกล่องเคเบิล/ดาวเทียม)
  2. สายอะนาล็อกต่อพ่วง (จัดมาให้)*
  3. สาย RCA (ไม่ให้มาด้วย)

* สายต่ออนาล็อกให้มาในบางรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ

สายที่เชื่อมต่อกับช่องต่อสัญญาณวิดีโอเข้า

ช่องต่อ 3.5 มม.ของสายต่ออนาล็อก มี 4 ขา

ภาพสายเสียง/วิดีโอ (ขายแยก)
  1. 3.5 มม.
  2. ช่องซ้ายสำหรับสัญญาณเสียง
  3. สัญญาณวิดีโอ
  4. สายดิน
  5. ช่องขวาสำหรับสัญญาณเสียง
[45] เครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์และ DVD | เครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์และ DVD

การรับชมแผ่นบลูเรย์และ DVD

ท่านสามารถดูเนื้อหาจากแผ่นบลูเรย์/DVD หรือเนื้อหาอื่นที่เครื่องเล่นของท่านรองรับบนทีวีได้

  1. เปิดเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD ที่เชื่อมต่ออยู่
  2. กดปุ่ม (เลือกอินพุต) ซ้ำๆ เพื่อเลือกเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD ที่เชื่อมต่ออยู่
  3. เริ่มเล่นเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD ที่เชื่อมต่ออยู่

คำแนะนำ

  • หากเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync ด้วยการเชื่อมต่อ HDMI ท่านจะสามารถใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างง่ายดายโดยใช้รีโมทคอนโทรลของทีวี การใช้งาน BRAVIA Sync จากหน้าจอทีวี กดปุ่ม (เลือกสัญญาณขาเข้า) ที่รีโมทคอนโทรลขณะรับชมเนื้อหาจากสัญญาณ HDMI กดปุ่ม (ขึ้น) ที่รีโมทคอนโทรล แล้วเลือก [เมนูควบคุม] (และยังสามารถแสดงเมนูการทำงานโดยกดปุ่ม (แสดงข้อมูล/ข้อความ) ที่รีโมทคอนโทรล)
[46] การใช้งานทีวีกับอุปกรณ์อื่นๆ

กล่องเคเบิล/ดาวเทียม

  • การเชื่อมต่อกล่องเคเบิล/ดาวเทียม
  • วิธีควบคุมกล่องเคเบิล/ดาวเทียมโดยใช้รีโมทคอนโทรลของทีวี
[47] กล่องเคเบิล/ดาวเทียม | กล่องเคเบิล/ดาวเทียม

การเชื่อมต่อกล่องเคเบิล/ดาวเทียม

เชื่อมต่อกล่องเคเบิล/ดาวเทียมเข้ากับทีวี
เชื่อมต่อกับอินพุตของทีวี
โปรดดูรายละเอียดที่หน้า การเชื่อมต่อเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์หรือ DVD

[48] กล่องเคเบิล/ดาวเทียม | กล่องเคเบิล/ดาวเทียม

วิธีควบคุมกล่องเคเบิล/ดาวเทียมโดยใช้รีโมทคอนโทรลของทีวี

รุ่นที่ใช้ได้กับการควบคุมกล่องเคเบิล/ดาวเทียมจะมี [การตั้งค่ากล่องเคเบิล/ดาวเทียม] ใน [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่องต่อเข้า]

การเรียกใช้ [การตั้งค่าการควบคุมกล่องเคเบิล/ดาวเทียม] ใน [การตั้งค่ากล่องเคเบิล/ดาวเทียม] จะทำให้คุณสามารถควบคุมกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านรีโมทคอนโทรลของทีวี

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่องต่อเข้า] — [การตั้งค่ากล่องเคเบิล/ดาวเทียม] — [การตั้งค่าการควบคุมกล่องเคเบิล/ดาวเทียม]
  2. ปฏิบัติตามคำแนะนำบนหน้าจอ

หมายเหตุ

  • เมื่อใช้งานรีโมทคอนโทรล ให้ชี้ไปที่กล่องเคเบิล/ดาวเทียม
  • ปุ่มบางปุ่มอาจไม่ตอบสนอง ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ภายนอก
  • หากท่านกดปุ่มบนรีโมทคอนโทรลค้างไว้การทำงานอาจไม่ทำงาน ให้ลองกดปุ่มซ้ำ
  • ฟังก์ชันนี้จะสามารถใช้งานได้ในบางรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ
[49] การใช้งานทีวีกับอุปกรณ์อื่นๆ

แสดงหน้าจอแอพ iPhone/สมาร์ทโฟนหรือ iPad/แท็บเล็ตที่ TV

Chromecast built-inหรือ AirPlay ช่วยให้ท่านสามารถแสดง (แคสต์) เว็บไซต์และหน้าจอแอปที่ท่าน ชื่นชอบ บนอุปกรณ์มือถือของท่านไปยังทีวีได้โดยตรง

การใช้ Chromecast built-in

  1. เชื่อมต่ออุปกรณ์มือถือ เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เข้ากับเครือข่ายที่บ้าน ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกันกับที่ทีวีเชื่อมต่ออยู่
  2. เปิดแอปที่รองรับ Chromecast built-in บนอุปกรณ์มือถือ
  3. เลือกไอคอน (แคสต์) ในแอป
  4. เลือกทีวีที่ต้องการแคสต์
    หน้าจอของอุปกรณ์มือถือจะแสดงบนทีวี

หมายเหตุ

  • การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจำเป็นสำหรับการใช้งาน Chromecast built-in

การใช้ AirPlay

ทีวีนี้รองรับ AirPlay 2

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ Apple ของท่านเชื่อมต่อกับเครือข่ายเดียวกันกับทีวีของท่าน
  2. กระบวนการนี้จะขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่จะจัดแสดงที่ TV ดังต่อไปนี้
    • แสดงวิดีโอโดยกดเลือก (วิดีโอ AirPlay)
    • แสดงภาพโดยกดเลือก (Action share)
    • เปิดเล่นเพลงโดยกดเลือก (ระบบเสียง AirPlay)
    • แสดงหน้าจออุปกรณ์พกพาโดยกดเลือก (จำลองหน้าจอ)
      (ในแอพบางตัว คุณสามารถกดที่ไอคอนอื่นได้ก่อน)
  3. เลือก AirPlay จากอุปกรณ์พกพา เช่น iPhone หรือ iPad แล้วเลือก TV ที่จะใช้กับ AirPlay

คำแนะนำ

  • ทีวีนี้รองรับ Apple HomeKit
    ท่านสามารถควบคุมโทรทัศน์ผ่านอุปกรณ์พกพา เช่น iPhone หรือ iPad โดยกดปุ่ม (เลือกสัญญาณขาเข้า) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก (AirPlay) จากนั้นทำตามคำแนะนำบนหน้าจอในการตั้งค่า Apple HomeKit
    ส่วนการทำงานที่ใช้ได้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเวอร์ชั่นของแอปและซอฟต์แวร์
  • หากคุณเลือก [เปิด (เปิดจากแอป)] ใน [เริ่มใช้งานระยะไกล] คุณสามารถเปิดทีวีผ่านแอปบนอุปกรณ์พกพา เช่น iPhone หรือ iPad

หมายเหตุ

  • การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจำเป็นสำหรับการใช้งาน AirPlay
  • การดำเนินการในอุปกรณ์มือถือ เช่น iPhone หรือ iPad อาจแตกต่างกันไปตามเวอร์ชัน OS
  • iPhone, iPad, AirPlay และ HomeKit เป็นเครื่องหมายการค้าของ Apple Inc. ซึ่งจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ
[50] การใช้งานทีวีกับอุปกรณ์อื่นๆ

คอมพิวเตอร์ กล้อง และกล้องวิดีโอ

  • การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และการดูเนื้อหาที่จัดเก็บไว้
  • การเชื่อมต่อกล้องหรือกล้องวิดีโอและการดูเนื้อหาที่จัดเก็บไว้
  • คุณสมบัติของสัญญาณวิดีโอ
[51] คอมพิวเตอร์ กล้อง และกล้องวิดีโอ | คอมพิวเตอร์ กล้อง และกล้องวิดีโอ

การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และการดูเนื้อหาที่จัดเก็บไว้

การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์

ใช้สาย HDMI เพื่อเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของท่านเข้ากับทีวี

ภาพประกอบของวิธีเชื่อมต่อ
  1. คอมพิวเตอร์
  2. สาย HDMI (ไม่ให้มาด้วย)*

* ใช้ Premium High Speed HDMI Cable(s) ที่ได้รับอนุญาตและมีโลโก้ HDMI กำกับอยู่ ขอแนะนำ Ultra High Speed HDMI Cable ขณะต่อคอมพิวเตอร์ที่รองรับสัญญาณภาพ 4K 120 Hz

ตรวจสอบคุณสมบัติของสัญญาณวิดีโอ

  • คุณสมบัติของสัญญาณวิดีโอ

การรับชมเนื้อหาที่เก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์

หลังจากเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ให้กดปุ่ม (เลือกสัญญาณขาเข้า) เพื่อเลือกสัญญาณขาเข้าที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์

การตรวจสอบฟอร์แมตของไฟล์ที่สนับสนุน

  • ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน

หมายเหตุ

  • เพื่อคุณภาพของภาพที่ดีที่สุด เราแนะนำให้ท่านตั้งค่าคอมพิวเตอร์ให้ส่งสัญญาณวิดีโอตามกรอบเวลาที่ระบุใน “คุณสมบัติของสัญญาณวิดีโอ”
  • ภาพอาจไม่ชัดเจนหรือมีลักษณะเป็นรอยเปื้อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานะของการเชื่อมต่อ ในกรณีนี้ ให้เปลี่ยนการตั้งค่าคอมพิวเตอร์และเลือกสัญญาณเข้าอื่นจากรายการ “คุณสมบัติของสัญญาณวิดีโอ”
[52] คอมพิวเตอร์ กล้อง และกล้องวิดีโอ | คอมพิวเตอร์ กล้อง และกล้องวิดีโอ

การเชื่อมต่อกล้องหรือกล้องวิดีโอและการดูเนื้อหาที่จัดเก็บไว้

การเชื่อมต่อกล้อง/กล้องวิดีโอ

เชื่อมต่อกล้องดิจิตอลหรือกล้องวิดีโอ Sony โดยใช้สาย HDMI ใช้สายที่มีปลั๊กต่อ HDMI ขนาดเล็ก (ช่องต่อ) สำหรับปลายด้านที่ต่อกับกล้องดิจิตอล/กล้องวิดีโอ และปลั๊กต่อ (ช่องต่อ) HDMI มาตรฐานสำหรับปลายด้านที่ต่อกับทีวี

ภาพประกอบของวิธีเชื่อมต่อ
  1. กล้องดิจิตอล
  2. กล้องวิดีโอ
  3. สาย HDMI (ไม่ให้มาด้วย)*

* ใช้ Premium High Speed HDMI Cable(s) ที่ได้รับอนุญาตและมีโลโก้ HDMI กำกับอยู่

การรับชมเนื้อหาที่เก็บอยู่ในกล้องดิจิตอล/กล้องวิดีโอ

  1. หลังจากเชื่อมต่อกล้องดิจิตอล/กล้องวิดีโอ ให้เปิดเครื่อง
  2. กดปุ่ม (เลือกอินพุต) ซ้ำๆ เพื่อเลือกกล้องดิจิตอล/กล้องวิดีโอที่เชื่อมต่ออยู่
  3. เริ่มเล่นกล้องดิจิตอล/กล้องวิดีโอที่เชื่อมต่ออยู่

การตรวจสอบฟอร์แมตของไฟล์ที่สนับสนุน

  • ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน

คำแนะนำ

  • หากท่านเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync ท่านสามารถใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างง่ายดายโดยใช้รีโมทคอนโทรลของทีวี ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์รองรับ BRAVIA Sync อุปกรณ์บางตัวอาจไม่รองรับกับ BRAVIA Sync แม้ว่าจะมีพอร์ต HDMI (ช่องต่อ) ก็ตาม
[53] คอมพิวเตอร์ กล้อง และกล้องวิดีโอ | คอมพิวเตอร์ กล้อง และกล้องวิดีโอ

คุณสมบัติของสัญญาณวิดีโอ

(ความละเอียด ความถี่แนวนอน/ความถี่แนวตั้ง)

  • 640 x 480, 31.5 kHz/60 Hz
  • 800 x 600, 37.9 kHz/60 Hz
  • 1024 x 768, 48.4 kHz/60 Hz
  • 1152 x 864, 67.5 kHz/75 Hz
  • 1280 x 1024, 64.0 kHz/60 Hz
  • 1600 x 900, 56.0 kHz/60 Hz
  • 1680 x 1050, 65.3 kHz/60 Hz
  • 1920 x 1080, 67.5 kHz/60 Hz *
  • 3840 x 2160, 67.5 kHz/30 Hz
  • 3840 x 2160, 135.0 kHz/60 Hz (8 บิต)

* สัญญาณเวลา 1920 x 1080 ที่ส่งไปยังช่องสัญญาณเข้า HDMI จะได้รับการประมวลผลเสมือนเป็นสัญญาณเวลาวิดีโอ ไม่ใช่สัญญาณเวลาคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีผลต่อการตั้งค่า [จอภาพ] ใน [การแสดงผลและการปรับเสียง] สำหรับการรับชมเนื้อหาในคอมพิวเตอร์ ให้ตั้งค่า [โหมดจอภาพ] เป็น [เต็มจอ] และ [บริเวณแสดงภาพ] เป็น [+1] ([บริเวณแสดงภาพ] สามารถกำหนดค่าได้เมื่อปิดใช้งาน [บริเวณแสดงภาพอัตโนมัติ] เท่านั้น)

คำแนะนำ

  • หากคอมพิวเตอร์ของคุณรองรับสัญญาณที่ 3840 x 2160p, 120Hz คุณสามารถใช้เป็นค่าสัญญาณวิดีโอตามนี้ได้

หมายเหตุ

  • ภาพอาจเบลอและอาจแสดงไม่ถูกต้องทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานะการเชื่อมต่อของท่าน ในกรณีนี้ให้เปลี่ยนการตั้งค่าของคอมพิวเตอร์และเลือกสัญญาณอินพุตอื่นใน “สัญญาณอินพุตคอมพิวเตอร์ที่รองรับ”
[54] การใช้งานทีวีกับอุปกรณ์อื่นๆ

เครื่องเสียง (เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์)

  • การส่งสัญญาณเสียงจากเครื่องเสียง
  • การเชื่อมต่อเครื่องเสียง
  • การปรับเครื่องเสียง
  • การใช้ทีวีเป็นลำโพงกลาง (เฉพาะรุ่นที่มีโหมด โหมดลำโพงกลางของทีวี)
  • ส่งต่อรูปแบบเสียงรองรับด้วย eARC
[55] เครื่องเสียง (เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์) | เครื่องเสียง (เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์)

การส่งสัญญาณเสียงจากเครื่องเสียง

ท่านสามารถเชื่อมต่อเครื่องเสียง เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์เข้ากับทีวีได้ เลือกวิธีเชื่อมต่อด้านล่างตามข้อมูลจำเพาะของเครื่องเสียงที่ท่านต้องการเชื่อมต่อ

  • การเชื่อมต่อด้วยสาย HDMI (สำหรับรายละเอียด โปรดอ่านให้ละเอียดเกี่ยวกับ “การเชื่อมต่อโดยใช้สาย HDMI” ด้านล่าง)
  • การเชื่อมต่อด้วยสายดิจิตอลออปติคอล

โปรดดูวิธีการเชื่อมต่อที่หน้า การเชื่อมต่อเครื่องเสียง

หมายเหตุ

  • โปรดดูคู่มือการใช้งานของอุปกรณ์ที่จะเชื่อมต่อ

การเชื่อมต่อโดยใช้สาย HDMI

ทีวีรุ่นนี้รองรับ Audio Return Channel (ARC) หรือ Enhanced Audio Return Channel (eARC) ท่านสามารถใช้สาย HDMI เพื่อส่งสัญญาณเสียงจากเครื่องเสียงที่รองรับ ARC และ eARC

บนทีวีที่รองรับ eARC ท่านสามารถส่ง (ส่งต่อ) สัญญาณเสียงจากอุปกรณ์อินพุตภายนอกที่เชื่อมต่อกับทีวีไปยัง eARC ที่รองรับเครื่องเสียงโดยใช้ขั้วต่อ HDMI ที่มีข้อความ “eARC/ARC

โปรดดูวิธีการเชื่อมต่อที่หน้า การเชื่อมต่อเครื่องเสียง

หมายเหตุ

  • ตำแหน่งของขั้วต่อ HDMI ที่รองรับ eARC/ARC แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่น ดูรายละเอียดใน คู่มือการตั้งค่า ที่จัดมาให้
[56] เครื่องเสียง (เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์) | เครื่องเสียง (เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์)

การเชื่อมต่อเครื่องเสียง

ดูภาพประกอบด้านล่างเพื่อเชื่อมต่อเครื่องเสียง เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์

หมายเหตุ

  • ขั้วที่มีให้ใช้จะขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ

การเชื่อมต่อ HDMI (รองรับ ARC)

  1. เชื่อมต่อทีวีและเครื่องเสียงด้วยสาย HDMI
    เชื่อมต่อขั้ว HDMI ของทีวีที่มีข้อความ “ARC” หรือ “eARC/ARC
    ภาพประกอบของวิธีเชื่อมต่อ
    1. AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์
    2. สาย HDMI (ไม่ให้มาด้วย)*

    * เราขอแนะนำ Premium High Speed HDMI Cable(s) ที่ได้รับอนุญาต ที่มีโลโก้ HDMI

  2. การปรับเครื่องเสียง

หมายเหตุ

  • สำหรับการเชื่อมต่อ ARC ประสิทธิภาพการจดจำเสียงอาจลดลง (เฉพาะทีวีที่มีไมโครโฟนในตัว)

การเชื่อมต่อ HDMI (รองรับ eARC)

  1. เชื่อมต่ออุปกรณ์อินพุตภายนอกและ TV ด้วยสาย HDMI เชื่อมต่อ TV และเครื่องเสียงด้วยสาย HDMI อื่น
    เชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้าที่ขั้วสัญญาณขาเข้า HDMI ของทีวีที่มีข้อความ “ARC” หรือ “eARC/ARC
    ภาพประกอบของวิธีเชื่อมต่อ
    1. อุปกรณ์อินพุตภายนอก (เช่น เครื่องบันทึกบลูเรย์/DVD)
    2. สาย HDMI (ไม่ให้มาด้วย)
    3. AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์
    4. HDMI เคเบิลพร้อมด้วยอีเทอร์เน็ต (ไม่มีมาให้)*

    * เราขอแนะนำ Premium High Speed HDMI Cable(s) ที่ได้รับอนุญาต ที่มีโลโก้ HDMI

  2. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [โหมด eARC] — [อัตโนมัติ]
  3. เลือก [ลำโพง] — [เครื่องเสียง]
  4. เปิดใช้คุณสมบัติ eARC ของเครื่องเสียง
    ให้ดูคู่มือการใช้งานของอุปกรณ์
  5. การปรับเครื่องเสียง

หมายเหตุ

  • ท่านไม่สามารถเลือก [โหมด eARC] หากเปิดใช้งานฟังก์ชันแปลงข้อความเป็นเสียงพูดสำหรับข้อความบนหน้าจอภายในคุณสมบัติการเข้าถึงของ TV
  • หากเสียงส่งออกมาจากอุปกรณ์ที่รองรับ eARC ในขณะที่คุณกำลังรับชมผ่านอินพุต HDMI ทีวีจะทำงานดังต่อไปนี้
    • เสียงจากระบบเสียงและการตอบสนองของเสียงจะไม่แสดงผล และ
    • ประสิทธิภาพการจดจำเสียงของไมโครโฟนในตัวอาจลดลง (เฉพาะทีวีที่มีไมโครโฟนในตัวเท่านั้น)

การเชื่อมต่อสายดิจิตอลออปติคอล

  1. เชื่อมต่อทีวีและเครื่องเสียงด้วยสายดิจิตอลออปติคอล
    เชื่อมต่อเข้ากับช่องอินพุตดิจิตอลออปติคอลของเครื่องเสียง
    ภาพประกอบของวิธีเชื่อมต่อ
    1. AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์
    2. สายสัญญาณเสียงออปติคอล (ไม่ให้มาด้วย)
  2. การปรับเครื่องเสียง

คำแนะนำ

  • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่เว็บไซต์ช่วยเหลือของ Sony
    เว็บไซต์ช่วยเหลือ
[57] เครื่องเสียง (เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์) | เครื่องเสียง (เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์)

การปรับเครื่องเสียง

หลังจากเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับทีวี ให้ปรับเอาต์พุตเสียงของทีวีจากเครื่องเสียง

การปรับระบบเสียงที่เชื่อมต่อด้วยสายเคเบิล HDMI หรือสายดิจิตอลออปติคอล

  1. หลังจากต่อทีวีเข้ากับเครื่องเสียงของคุณ ให้กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [ลำโพง] — [เครื่องเสียง]
  2. เปิดระบบเสียงที่เชื่อมต่อจากนั้นปรับระดับเสียง
    หากท่านเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync ด้วยการเชื่อมต่อ HDMI ท่านสามารถใช้งานได้โดยใช้รีโมทคอนโทรลของทีวี

หมายเหตุ

  • ท่านจำเป็นต้องปรับการตั้งค่า [ช่องต่อออกของสัญญาณเสียงดิจิตอล] ให้เหมาะสมกับเครื่องเสียงของท่าน กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [ช่องต่อออกของสัญญาณเสียงดิจิตอล]
  • หากเครื่องเสียงไม่รองรับ Dolby Digital หรือ DTS ให้ตั้งค่า [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [ช่องต่อออกของสัญญาณเสียงดิจิตอล] เป็น [PCM]
  • การตั้งค่า [ช่องต่อออกของสัญญาณเสียงดิจิตอล] ใช้งานไม่ได้ในระหว่างที่สัญญาณเสียงถูกส่งไปจากช่องสัญญาณเข้า HDMI และโดยใช้ eARC

คำแนะนำ

  • หากเชื่อมต่อเครื่องเสียงที่กำหนดด้วยสาย HDMI ท่านสามารถปรับเวลาแสดงภาพและเสียงได้
    • การปรับการตั้งค่าซิงโครไนซ์ AV
    โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นที่รองรับที่เว็บไซต์ช่วยเหลือ
    • เว็บไซต์ช่วยเหลือ
[58] เครื่องเสียง (เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์) | เครื่องเสียง (เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์)

การใช้ทีวีเป็นลำโพงกลาง (เฉพาะรุ่นที่มีโหมด โหมดลำโพงกลางของทีวี)

รุ่นที่มีรองรับ โหมดลำโพงกลางของทีวี จะมีขั้ว CENTER SPEAKER IN หรือ S-CENTER SPEAKER IN​ ที่ด้านหลังของทีวี

สำหรับทีวีที่มีช่องสัญญาณ S-CENTER SPEAKER IN​ คุณสามารถใช้ทีวีเป็นลำโพงตัวกลางในกรณีต่อไปนี้

  • ขณะเชื่อมต่อซาวด์บาร์กับช่องจ่ายสัญญาณ/ช่องเสียบ S-CENTER OUT

การใช้ทีวีเป็นลำโพงตัวกลางจะทำให้การพูดคุยเป็นธรรมาติเนื่องจากคุณจะได้ยินเสียงจากทั้งหน้าจอและในระยะใกล้เคียง

คำแนะนำ

  • บางรุ่นจะมีทั้งขั้ว CENTER SPEAKER IN และ S-CENTER SPEAKER IN​
  1. เชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับทีวีตามคำแนะนำในหัวข้อ “การเชื่อมต่อตัวรับสัญญาณ AV เข้ากับสายลำโพง” หรือ “การเชื่อมต่อลำโพง (เฉพาะรุ่นที่มีขั้ว S-CENTER SPEAKER IN​)” ด้านล่าง
  2. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล แล้วแก้ไขค่า [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [ลำโพง] เป็น [เครื่องเสียง]

การเชื่อมต่อสายสัญญาณลำโพง

เชื่อมต่อทีวีและ AV รีซีฟเวอร์ด้วยสายลำโพง

เชื่อมต่อสายลำโพงเข้ากับขั้วต่อที่ด้านหลังของทีวี
  1. AV รีซีฟเวอร์
  2. สายลำโพง (ไม่ให้มาด้วย)

ใช้สายลำโพง (ไม่ให้มาด้วย) เพื่อเชื่อมต่อ AV รีซีฟเวอร์เข้ากับขั้วต่อ CENTER SPEAKER IN ของทีวี
เมื่อเชื่อมต่อ อย่าลืมบิดปลายสายลำโพงและเสียบกับขั้วต่อของทีวีและ AV รีซีฟเวอร์

ขั้วต่อ CENTER SPEAKER IN จะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น โปรดดูตัวเลขด้านล่างขณะต่อสายลำโพง

*ดึงฉนวนกันความร้อนประมาณ 10 มม. (13/32 นิ้ว) จากสายลำโพงที่ปลายแต่ละด้าน

หมายเหตุ

  • เพื่อป้องกันไม่ให้สายของสายลำโพงสัมผัสกัน แต่อย่าดึงสายลำโพงออกมากเกินไป
  • เชื่อมต่อสายลำโพงอย่างถูกต้องเพื่อให้ขั้ว (+/-) ระหว่างทีวีและ AV รีซีฟเวอร์ตรงกัน
[59] เครื่องเสียง (เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์) | เครื่องเสียง (เช่น AV รีซีฟเวอร์หรือซาวด์บาร์)

ส่งต่อรูปแบบเสียงรองรับด้วย eARC

ยืนยันว่าท่านสามารถส่งต่อรูปแบบเสียงต่อไปนี้ได้

  • 7.1 channel linear PCM: 32/44.1/48 kHz 16 บิต
  • Dolby Digital
  • Dolby Digital Plus
  • DTS
  • Dolby TrueHD
  • DTS-HD MA
  • Dolby Atmos
  • DTS:X Master Audio
  • MPEG2 - AAC/MPEG4 - AAC

สำหรับรายละเอียด ให้ดูที่เพจช่วยเหลือ

  • เว็บไซต์ช่วยเหลือ
[60] การใช้งานทีวีกับอุปกรณ์อื่นๆ

เครื่องเล่นวิดีโอเกม

การเชื่อมต่อ

เชื่อมต่อเครื่องเล่นวิดีโอเกมที่รองรับ HDMI กับ TV ของคุณโดยใช้สา HDMI

ภาพวิธีการเชื่อมต่อ
  1. เครื่องเล่นวิดีโอเกม
  2. สาย HDMI (จำหน่ายแยกต่างหาก)

คำแนะนำ

  • Premium High Speed HDMI Cable(s) ใช้ได้กับการใช้งานทั่วไป แต่หากคุณต้องการเชื่อมต่อเครื่องเล่นวิดีโอเกมที่รองรับ 4K 120 Hz ให้ใช้สาย HDMI ที่จัดมาให้กับเครื่องเล่นเกม หรือ Ultra High Speed HDMI Cable
  • ประเภทและตำแหน่งของพอร์ต HDMI จะแตกต่างกันไปตาม TV รุ่นของคุณ ดูรายละเอียดได้จากเอกสารกำกับที่จัดมาให้พร้อมกับ TV

การปรับแต่งค่าสัญญาณ HDMI ขาเข้า

หลังทำการเชื่อมต่อ ให้ตั้งค่าพอร์ตสัญญาณขาเข้า HDMI ที่เชื่อมต่อไว้
เพื่อให้ TV และเครื่องเล่นเกมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ให้ตั้งค่า [รูปแบบสัญญาณ HDMI]

ตั้งค่าอัตโนมัติ

  1. ขณะเปิดเครื่องเล่นวิดีโอเกม ให้เชื่อมต่อเข้ากับ TV โดยใช้สาย HDMI
    ตั้งค่าตามคำแนะนำในหน้าจอ TV

ตั้งค่าด้วยตัวเอง

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล แล้วเลือกลำดับต่อไปนี้
    [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่องต่อเข้า] — [รูปแบบสัญญาณ HDMI]

    เลือกฟอร์แมตที่เหมาะสมสำหรับเครื่องเล่นวิดีโอเกมของคุณ

คำแนะนำ

  • หากคุณเชื่อมต่อเครื่องเล่นวิดีโอเกมที่รองรับสัญญาณวิดีโอ 4K 120 Hz ให้ตั้งค่าเป็น [รูปแบบที่ปรับปรุง (4K120, 8K)]
  • หากคุณต่อเครื่องเล่นวิดีโอเกมที่รองรับ VRR ให้ตั้งค่าเป็น [รูปแบบที่ปรับปรุง (VRR)]

หมายเหตุ

  • ขณะเชื่อมต่อเครื่องเล่นวิดีโอเกมที่รองรับสัญญาณ 4K 120 Hz และ VRR ให้ตรวจสอบฉลากของพอร์ต HDMI ขาเข้าที่ TV แล้วทำการเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ต HDMI ขาเข้าที่กำกับเป็น 4K 120 Hz หรือ 4K 120 Hz 8K หรือเชื่อมต่อกับพอร์ต HDMI ขาเข้าที่แสดงเป็น [รูปแบบที่ปรับปรุง (4K120, 8K)] หรือ [รูปแบบที่ปรับปรุง (VRR)] สำหรับ [รูปแบบสัญญาณ HDMI]
    [รูปแบบสัญญาณ HDMI] ที่ใช้ได้จะขึ้นอยู่กับรุ่นผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังอาจไม่รองรับการทำงาน ขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศที่ใช้
  • หาก [รูปแบบที่ปรับปรุง (VRR)] ถูกตั้งค่าไว้ ความสว่างอาจกระเพื่อมเล็กน้อย (กะพริบ) ที่หน้าจอโทรทัศน์ ขึ้นอยู่กับความถี่ของสัญญาณที่จ่ายออกจากเครื่องเล่นวิดีโอเกมที่เชื่อมต่ออยู่
[61] การใช้งานทีวีกับอุปกรณ์อื่นๆ

อุปกรณ์บลูทูธ

  • การเชื่อมต่ออุปกรณ์บลูทูธ
  • การปรับการตั้งค่าซิงโครไนซ์ AV
  • โปรไฟล์บลูทูธที่รองรับ
[62] อุปกรณ์บลูทูธ | อุปกรณ์บลูทูธ

การเชื่อมต่ออุปกรณ์บลูทูธ

การจับคู่ทีวีกับอุปกรณ์บลูทูธ

เฉพาะรุ่นที่รองรับ Bluetooth A2DP เท่านั้นที่สามารถใช้อุปกรณ์เสียง Bluetooth เช่น หูฟังหรือลำโพง

รุ่นที่รองรับ Bluetooth A2DP ที่รองรับอุปกรณ์เสียง Bluetooth จะมีตัวเลือก [A/V sync] อยู่ใน [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก]

  1. เปิดอุปกรณ์บลูทูธและตั้งค่าในโหมดการจับคู่
    การตั้งค่าอุปกรณ์บลูทูธของท่านในโหมดการจับคู่ โปรดดูคู่มือการใช้งานของอุปกรณ์นั้น
  2. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [รีโมตและอุปกรณ์เสริม] — [จับคู่อุปกรณ์เสริม] เพื่อตั้งค่าโทรทัศน์เป็นโหมดจับคู่อุปกรณ์
    อุปกรณ์ Bluetooth ที่ใช้งานได้จะปรากฏขึ้น
  3. เลือกอุปกรณ์ที่ต้องการ จากนั้นทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ
    หากท่านได้รับการแจ้งให้ป้อนรหัสผ่าน โปรดดูคู่มือการใช้งานของอุปกรณ์นั้น
    หลังจากการจับคู่เสร็จสมบูรณ์ อุปกรณ์จะเชื่อมต่อกับทีวี

การเชื่อมต่ออุปกรณ์บลูทูธที่จับคู่แล้ว

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [รีโมตและอุปกรณ์เสริม]
  2. เลือกอุปกรณ์ที่จับคู่ไว้แต่ไม่ได้เชื่อมต่อ
  3. เลือก [เชื่อมต่อ]
[63] อุปกรณ์บลูทูธ | อุปกรณ์บลูทูธ

การปรับการตั้งค่าซิงโครไนซ์ AV

หากเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสียงบลูทูธ อาจมีการหน่วงระหว่างภาพกับเสียงเนื่องจากคุณลักษณะของบลูทูธ ท่านสามารถปรับการหน่วงระหว่างภาพกับเสียงได้ด้วยการตั้งค่า A/V sync (สำหรับรุ่นที่รองรับ Bluetooth A2DP ที่สามารถใช้อุปกรณ์เสียง Bluetooth ได้เท่านั้น)

รุ่นที่รองรับ Bluetooth A2DP ที่รองรับอุปกรณ์เสียง Bluetooth จะมีตัวเลือก [A/V sync] อยู่ใน [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก]

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [A/V sync] — แล้วเลือกตัวเลือกที่ต้องการ

คำแนะนำ

  • ท่านยังสามารถปรับเวลาแสดงภาพและเสียงได้หากเชื่อมต่อเครื่องเสียงที่กำหนดด้วยสาย HDMI โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นที่รองรับที่เว็บไซต์ช่วยเหลือ
    • เว็บไซต์ช่วยเหลือ

หมายเหตุ

  • ภาพและเสียงอาจไม่ตรงกันแม้จะตั้งค่า [A/V sync] เป็น [เปิด] หรือ [อัตโนมัติ] ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เสียงบลูทูธที่เชื่อมต่อ
  • การป้องกันไม่ให้ทีวีแสดงหน้าจอสีดำในทันทีหลังจากเปิดทีวีเมื่อเชื่อมต่อกับซาวด์บาร์แบบไร้สาย (บลูทูธ) ให้ตั้งค่า [A/V sync] เป็น [เปิด]
  • หากตั้งค่า [โหมดภาพ] เป็นหนึ่งในตัวเลือกด้านล่างนี้ การกำหนดเวลาแสดงภาพและเสียงจะไม่ถูกปรับแม้จะตั้งค่า [A/V sync] เป็น [อัตโนมัติ]
    • [เกมส์]
    • [กราฟฟิก]
    • [ภาพถ่าย]
    หากต้องการปรับ [A/V sync] เมื่ออยู่ในโหมดใดๆ เหล่านี้ ให้เลือก [เปิด]
  • การตอบสนองของทีวีในขณะที่เล่นวิดีโอเกมอาจรู้สึกช้าลงเนื่องจากการตั้งค่า [A/V sync] เพิ่มการหน่วงเวลาในการแสดงผลของภาพ สำหรับเกมที่ขึ้นอยู่กับเวลาตอบสนองเราไม่แนะนำให้คุณใช้อุปกรณ์บลูทูธ และแนะนำให้ท่านใช้ลำโพงของทีวีหรือซาวด์บาร์ที่มีการเชื่อมต่อแบบใช้สาย (สายเคเบิล HDMI / สายเคเบิลดิจิตอลออปติคอล) แทน
[64] อุปกรณ์บลูทูธ | อุปกรณ์บลูทูธ

โปรไฟล์บลูทูธที่รองรับ

ทีวีรองรับโปรไฟล์ต่อไปนี้

  • HID (โปรไฟล์อุปกรณ์อินเตอร์เฟสสำหรับผู้ใช้)
  • HOGP (โปรไฟล์ HID ผ่าน GATT)
  • A2DP (โปรไฟล์การกระจายเสียงขั้นสูง)
  • AVRCP (โปรไฟล์การควบคุมการเล่นเสียง/วิดีโอจากระยะไกล)
  • SPP (โปรไฟล์พอร์ตอนุกรม)
[65] การใช้งานทีวีกับอุปกรณ์อื่นๆ

อุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync

  • ภาพรวมของ BRAVIA Sync
  • การใช้งานคุณสมบัติต่างๆ สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync
  • การปรับการตั้งค่า BRAVIA Sync
[66] อุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync | อุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync

ภาพรวมของ BRAVIA Sync

หากอุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync(เช่น เครื่องเล่นแผ่น BD AV รีซีฟเวอร์) เชื่อมต่ออยู่ด้วยสาย HDMI ท่านสามารถใช้งานอุปกรณ์ด้วยรีโมทคอนโทรลของทีวีได้

ภาพประกอบของการใช้งานอุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync
[67] อุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync | อุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync

การใช้งานคุณสมบัติต่างๆ สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync

ใช้งานอุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync จากทีวีโดยอาศัยปุ่ม (เลือกสัญญาณขาเข้า) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือกอุปกรณ์ที่คุณต้องการใช้งาน

เครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD

  • เปิดทีวีโดยอัตโนมัติและเปลี่ยนสัญญาณเข้าไปยังเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD ที่เชื่อมต่ออยู่ เมื่อเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD เริ่มทำงาน
  • ปิดเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD ที่เชื่อมต่ออยู่โดยอัตโนมัติ เมื่อท่านปิดทีวี
  • อนุญาตการทำงาน เช่น การทำงานของเมนูและการเล่นด้วยปุ่ม (ขึ้น) / (ลง) / (ซ้าย) / (ขวา) บนรีโมทคอนโทรล

AV รีซีฟเวอร์

  • เมื่อเปิดทีวี ชุดAV Receiverที่เชื่อมต่ออยู่จะเปิดขึ้นและเปลี่ยนเอาต์พุตเสียงจากลำโพงทีวีจะเปลี่ยนเป็นเสียงจากชุดเครื่องเสียงโดยอัตโนมัติ ฟังก์ชั่นนี้จะใช้ได้เฉพาะในกรณีที่ท่านเคยใช้ AV Receiver เพื่อส่งสัญญาณเสียงของทีวีมาก่อน
  • เมื่อเปิด AV รีซีฟเวอร์ในขณะที่ทีวีเปิดอยู่ สัญญาณเสียงจะถูกส่งไปยัง AV รีซีฟเวอร์โดยอัตโนมัติ
  • เมื่อปิดทีวี ชุดAV Receiverที่ต่ออยู่จะปิดโดยอัตโนมัติ
  • ปรับระดับเสียง (ปุ่ม (ระดับเสียง) +/-) และปิดเสียง (ปุ่ม (ปิดเสียง)) ของตัวรับสัญญาณ AV ที่เชื่อมต่ออยู่ผ่านรีโมทคอนโทรลของโทรทัศน์

กล้องถ่ายวิดีโอ

  • เปิดทีวีและเปลี่ยนสัญญาณเข้าไปยังกล้องวิดีโอที่เชื่อมต่ออยู่โดยอัตโนมัติเมื่อเปิดกล้อง
  • ปิดกล้องถ่ายวิดีโอที่เชื่อมต่ออยู่โดยอัตโนมัติเมื่อท่านปิดทีวี
  • อนุญาตการทำงาน เช่น การทำงานของเมนูและการเล่นด้วยปุ่ม (ขึ้น) / (ลง) / (ซ้าย) / (ขวา) บนรีโมทคอนโทรล

หมายเหตุ

  • การควบคุม BRAVIA Sync” (BRAVIA Sync) สามารถใช้งานได้เฉพาะกับอุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync ที่เชื่อมต่ออยู่ซึ่งมีโลโก้ BRAVIA Sync
[68] อุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync | อุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync

การปรับการตั้งค่า BRAVIA Sync

หลังจากตั้งค่า BRAVIA Sync คุณจะสามารถปิดอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับทีวีหรือตั้งค่าอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่านสาย HDMI เพื่อสั่งการผ่านรีโมทคอนโทรลของทีวี

  1. เปิดอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่
  2. เปิดใช้ [การควบคุม BRAVIA Sync] โดยกดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่องต่อเข้า] — [การตั้งค่า BRAVIA Sync] — [การควบคุม BRAVIA Sync]
  3. เปิดใช้งาน BRAVIA Sync บนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่
    เมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่รองรับ Sony BRAVIA Sync บางรุ่นและเปิดเครื่องพร้อมกับเปิดใช้งาน [การควบคุม BRAVIA Sync] BRAVIA Sync จะทำงานบนอุปกรณ์ดังกล่าวโดยอัตโนมัติ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือการใช้งานของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

ตัวเลือกที่สามารถใช้งานได้

ตัวเลือกที่สามารถใช้งานได้ปรากฏขึ้นที่ด้านล่าง (ตัวเลือกจะแตกต่างกันไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศของท่าน)

[ปิดอุปกรณ์อัตโนมัติ]
หากปิดใช้งาน อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่จะไม่ปิดโดยอัตโนมัติเมื่อปิดทีวี
[เปิดทีวีอัตโนมัติ]
หากปิดใช้งาน ทีวีจะไม่เปิดโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่
[รายการอุปกรณ์ BRAVIA Sync]
แสดงรายการอุปกรณ์ BRAVIA Sync
[ปุ่มควบคุมเครื่องมือ]
ช่วยให้ท่านตั้งค่าปุ่มเพื่อควบคุมอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ HDMI
[69] การใช้งานทีวีกับอุปกรณ์อื่นๆ

การรับชมภาพในแบบ 4K จากอุปกรณ์ที่รองรับ

  • กำลังดูภาพที่ความละเอียด 4K
  • การตั้งค่าดูภาพผ่านสัญญาณ HDMI เพื่อให้มีคุณภาพดีขึ้น
[70] การรับชมภาพในแบบ 4K จากอุปกรณ์ที่รองรับ | การรับชมภาพในแบบ 4K จากอุปกรณ์ที่รองรับ

กำลังดูภาพที่ความละเอียด 4K

ท่านสามารถเชื่อมต่อกล้องถ่ายภาพนิ่ง / กล้องวิดีโอดิจิทัลที่รองรับสัญญาณ HDMI 4K ไปยัง HDMI IN ของทีวีเพื่อแสดงภาพถ่ายความละเอียดสูงที่จัดเก็บไว้ในกล้อง ท่านยังสามารถแสดงภาพถ่ายความละเอียดสูงที่จัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ USB ที่เชื่อมต่อหรือเครือข่ายในบ้านของท่าน สามารถแสดงภาพที่มีความละเอียด 4K หรือสูงกว่าด้วยความละเอียด 4K (3840 × 2160)

ฟังก์ชันนี้จะสามารถใช้งานได้ในบางภูมิภาค/ประเทศ

ภาพประกอบของภาพอุปกรณ์ต่างๆ ที่ปรากฏบนทีวี
  1. กล้องดิจิตอล
  2. กล้องวิดีโอ
  3. อุปกรณ์ USB
  4. อุปกรณ์เครือข่าย

การรับชมภาพที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ USB หรืออุปกรณ์เครือข่ายที่ความละเอียดภาพ 4K

  1. เชื่อมต่ออุปกรณ์ USB หรืออุปกรณ์เครือข่ายเข้ากับทีวี
  2. กดปุ่ม HOME/(โฮม) แล้วเลือก แอป จากเมนู Home จากนั้นเลือก [เครื่องเล่นสื่อ]
    หากรีโมทคอนโทรลที่ให้มานั้นมีปุ่ม APPS ท่านสามารถกดปุ่ม APPS
  3. เลือกชื่ออุปกรณ์ USB หรือชื่ออุปกรณ์เครือข่่าย
  4. เลือกโฟลเดอร์ จากนั้นเลือกไฟล์เพื่อเล่น

การรับชมภาพที่เก็บอยู่ในกล้องดิจิตอล/กล้องวิดีโอ

  1. เชื่อมต่อกล้องดิจิตอลหรือกล้องวิดีโอที่รองรับสัญญาณออก HDMI กับพอร์ต (ช่องต่อ) HDMI IN ของทีวีโดยใช้สาย HDMI
  2. กดปุ่ม (เลือกอินพุต) ซ้ำๆ เพื่อเลือกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่
  3. ตั้งค่าอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่เป็นสัญญาณออกแบบ 4K
  4. เริ่มเล่นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

การตรวจสอบฟอร์แมตของไฟล์ที่สนับสนุน

  • ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน

การรับชมภาพที่ความละเอียดภาพ 4K ที่มีคุณภาพสูงกว่า

ท่านสามารถตั้งค่า รูปแบบสัญญาณ HDMI เป็น รูปแบบที่ปรับปรุง เพื่อรับชมภาพที่ความละเอียดภาพ 4K ที่มีคุณภาพสูงกว่า

โปรดดูข้อมูลเกี่ยวกับ รูปแบบที่ปรับปรุง หรือการเปลี่ยนการตั้งค่าที่หน้า การตั้งค่าดูภาพผ่านสัญญาณ HDMI เพื่อให้มีคุณภาพดีขึ้น

หมายเหตุ

  • ไม่สามารถแสดงภาพ 3D ได้
  • หากท่านเปลี่ยนภาพด้วยการกดปุ่ม (ซ้าย) / (ขวา) อาจใช้เวลาสักครู่ในการแสดงภาพ
[71] การรับชมภาพในแบบ 4K จากอุปกรณ์ที่รองรับ | การรับชมภาพในแบบ 4K จากอุปกรณ์ที่รองรับ

การตั้งค่าดูภาพผ่านสัญญาณ HDMI เพื่อให้มีคุณภาพดีขึ้น

แสดงภาพจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับขั้วสัญญาณ HDMI ในฟอร์แมต HDMI ที่มีคุณภาพสูงกว่า*1 โดยตั้งค่า [รูปแบบสัญญาณ HDMI] ใน [ช่องต่อเข้า]
*1 เช่น 8K, 4K 100/120 Hz, 4K 60p 4:2:0 10 บิต, 4K 60p 4:4:4 หรือ 4:2:2

รูปแบบสัญญาณ HDMI

ในการเปลี่ยนการตั้งค่ารูปแบบสัญญาณ HDMI ให้กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) บนรีโมทคอนโทรลจากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่องต่อเข้า] — [รูปแบบสัญญาณ HDMI] — ที่คุณแปลงสัญญาณ HDMI ต้องการตั้งค่า
ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอและตั้งค่ารูปแบบสัญญาณ HDMI จากช่องเสียบอินพุต HDMI เป็นรูปแบบที่เหมาะสมด้านล่าง รูปแบบสัญญาณ HDMI ที่รองรับจะขึ้นอยู่กับรุ่นของผลิตภัณฑ์และช่องสัญญาณ HDMI ขาเข้า

  • รูปแบบมาตรฐาน
  • รูปแบบที่ปรับปรุง
  • รูปแบบที่ปรับปรุง (Dolby Vision)
  • รูปแบบที่ปรับปรุง (4K120, 8K)
  • รูปแบบที่ปรับปรุง (VRR)

หมายเหตุ

  • รองรับการแสดงผล 4K 100/120 Hz และ 8K ขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศของท่าน
  • การรองรับอัตรารีเฟรชแปรผัน (VRR) จะขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์รุ่นที่คุณใช้
  • เมื่อใช้งาน รูปแบบที่ปรับปรุง ภาพและเสียงอาจถูกส่งออกมาไม่ถูกต้อง ในกรณีนี้ ให้เชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับ HDMI IN ที่อยู่ใน [รูปแบบมาตรฐาน] หรือเปลี่ยนรูปแบบสัญญาณ HDMI ของ HDMI IN เป็น [รูปแบบมาตรฐาน]
  • ตั้งค่าเป็น รูปแบบที่ปรับปรุง เมื่อใช้งานอุปกรณ์ที่รองรับเท่านั้น
  • เมื่อท่านรับชมภาพ 4K ที่มีคุณภาพสูง ต้องใช้ Premium High Speed HDMI Cable(s) ที่รองรับความเร็ว 18 Gbps สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ Premium High Speed HDMI Cable(s) ที่รองรับความเร็ว 18 Gbps โปรดดูข้อมูลจำเพาะของสายนั้นๆ
  • แสดงผลแบบ 4K 100/120 Hz หรือ 8K โดยจะต้องใช้ Ultra High Speed HDMI Cable ที่รองรับการเชื่อมต่อ 48 Gbps ตรวจสอบว่าสายสัญญาณรองรับการเชื่อมต่อ 48 Gbps ได้หรือไม่จากรายละเอียดทางเทคนิคของสายสัญญาณ
[72] การใช้งานทีวีกับอุปกรณ์อื่นๆ

คู่มือการเชื่อมต่อ BRAVIA

รายละเอียดเกี่ยวกับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับทีวียังมีระบุไว้ในเว็บไซต์ให้บริการของ Sony อ่านรายละเอียดจาแหล่งข้อมูลนี้ได้ตามความจำเป็น

  • https://www.sony.net/tv_connectivity_guide/ https://www.sony.net/tv_connectivity_guide/
    คิวอาร์โค้ดสำหรับเว็บไซต์ช่วยเหลือของ Sony
[73]

การเชื่อมต่อกับเครือข่าย

  • กำลังเชื่อมต่อกับเครือข่าย
  • คุณสมบัติของเครือข่ายที่บ้าน
  • การเปิดดูข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
[74] การเชื่อมต่อกับเครือข่าย

กำลังเชื่อมต่อกับเครือข่าย

  • การเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยใช้สาย LAN
  • การเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย
[75] กำลังเชื่อมต่อกับเครือข่าย | กำลังเชื่อมต่อกับเครือข่าย

การเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยใช้สาย LAN

การเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยใช้สาย LAN

การเชื่อมต่อ LAN แบบใช้สายจะช่วยให้ท่านสามารถเข้าใช้งานอินเตอร์เน็ตและเครือข่ายที่บ้านได้

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตหรือเครือข่ายที่บ้านผ่านเราเตอร์

ภาพประกอบของวิธีเชื่อมต่อ
  1. สาย LAN
  2. คอมพิวเตอร์
  3. เราเตอร์
  4. โมเด็ม
  5. อินเตอร์เน็ต
  1. การตั้งค่าเราเตอร์ LAN ของท่าน
    โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือการใช้งานของเราเตอร์ LAN ของท่าน หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตั้งค่าเครือข่าย (ผู้ดูแลระบบเครือข่าย)

หมายเหตุ

  • เราขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้เชื่อมต่อทีวีของท่านกับอินเตอร์เน็ตผ่านเราเตอร์/โมเด็มที่มีฟังก์ชันเราเตอร์ เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย การเชื่อมต่อทีวีของท่านกับอินเตอร์เน็ตโดยตรงอาจทำให้ทีวีมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น การดึงข้อมูลหรือปลอมแปลงเนื้อหาหรือข้อมูลส่วนบุคคล
    ติดต่อผู้ให้บริการหรือผู้ดูแลระบบของท่านเพื่อยืนยันว่าเครือข่ายมีฟังก์ชันเราเตอร์
  • การตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่จำเป็นอาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตหรือเราเตอร์ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือการใช้งานที่ได้มาจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตหรือมาพร้อมกับเราเตอร์ ท่านยังสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตั้งค่าเครือข่าย (ผู้ดูแลระบบเครือข่าย)
[76] กำลังเชื่อมต่อกับเครือข่าย | กำลังเชื่อมต่อกับเครือข่าย

การเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย

  • การใช้ Wi-Fi ในการเชื่อมต่อทีวีกับอินเตอร์เน็ต/เครือข่าย
  • การใช้ Wi-Fi Direct ในการเชื่อมต่อทีวี (ไม่ต้องใช้เราเตอร์ไร้สาย)
[77] การเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย | การเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย | การเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย

การใช้ Wi-Fi ในการเชื่อมต่อทีวีกับอินเตอร์เน็ต/เครือข่าย

อุปกรณ์ LAN ไร้สายในเครื่องช่วยให้ท่านสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต และเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงผ่านเครือข่ายได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสายสัญญาณใดๆ

ภาพประกอบของวิธีเชื่อมต่อ
  1. คอมพิวเตอร์
  2. เราเตอร์ไร้สาย
  3. โมเด็ม
  4. อินเตอร์เน็ต
  1. ตั้งค่าเราเตอร์ไร้สายของท่าน
    โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือการใช้งานของเราเตอร์ไร้สายของท่าน หรือติดต่อกับเจ้าหน้าที่ผู้ตั้งค่าเครือข่าย (ผู้ดูแลระบบเครือข่าย)
  2. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต]
  3. เลือกเครือข่ายที่ท่านต้องการเชื่อมต่อแล้วตั้งรหัสผ่าน
    หากทีวีของท่านไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต/เครือข่าย โปรดดูที่หน้า ทีวีไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต/เครือข่ายได้

หากต้องการปิด LAN ไร้สายในเครื่อง

  1. ปิดใช้งาน [Wi-Fi] โดยกดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต] — [Wi-Fi]

คำแนะนำ

  • การเล่นวิดีโอสตรีมอย่างราบรื่น:
    • เปลี่ยนการตั้งค่าเราเตอร์ไร้สายของท่านเป็นมาตรฐานระบบเครือข่ายความเร็วสูง เช่น 802.11n หากสามารถทำได้
      โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเปลี่ยนการตั้งค่าที่คู่มือการใช้งานของเราเตอร์ไร้สายของท่าน หรือติดต่อกับเจ้าหน้าที่ผู้ตั้งค่าเครือข่าย (ผู้ดูแลระบบเครือข่าย)
    • หากขั้นตอนด้านบนไม่สามารถใช้แก้ไขปัญหาได้ ให้เปลี่ยนการตั้งค่าของเราเตอร์ไร้สายของท่านเป็น 5GHz ซึ่งอาจช่วยปรับปรุงคุณภาพของการสตรีมวิดีโอได้
    • แถบคลื่นความถี่ 5GHz อาจไม่สามารถใช้งานได้ ขึ้นอยู่กับภูมิภาค/ประเทศของท่าน หากไม่มีการรองรับแถบคลื่นความถี่ 5GHz คุณจะสามารถเชื่อมต่อทีวีกับเราเตอร์ไร้สายได้โดยใช้แถบคลื่นความถี่ 2.4GHz เท่านั้น

หมายเหตุ

  • เราขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้เชื่อมต่อทีวีของท่านกับอินเตอร์เน็ตผ่านเราเตอร์/โมเด็มที่มีฟังก์ชันเราเตอร์ เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย การเชื่อมต่อทีวีของท่านกับอินเตอร์เน็ตโดยตรงอาจทำให้ทีวีมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น การดึงข้อมูลหรือปลอมแปลงเนื้อหาหรือข้อมูลส่วนบุคคล
    ติดต่อผู้ให้บริการหรือผู้ดูแลระบบของท่านเพื่อยืนยันว่าเครือข่ายมีฟังก์ชันเราเตอร์
  • การตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่จำเป็นอาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตหรือเราเตอร์ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือการใช้งานที่ได้มาจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตหรือมาพร้อมกับเราเตอร์ ท่านยังสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตั้งค่าเครือข่าย (ผู้ดูแลระบบเครือข่าย)
  • หากท่านเลือกตัวเลือก [แสดงรหัสผ่าน] ในหน้าจอป้อนรหัสผ่าน รหัสผ่านที่แสดงอยู่นั้นอาจถูกผู้อื่นเห็นได้
[78] การเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย | การเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย | การเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย

การใช้ Wi-Fi Direct ในการเชื่อมต่อทีวี (ไม่ต้องใช้เราเตอร์ไร้สาย)

ท่านสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์กับทีวีแบบไร้สายโดยไม่ต้องใช้เราเตอร์ไร้สาย จากนั้นสตรีมวิดีโอ ภาพถ่าย และเพลงที่จัดเก็บอยู่ในอุปกรณ์ของท่านไปยังทีวีโดยตรงได้

หมายเหตุ

  • Wi-Fi Direct จะเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์เข้ากับ TV โดยตรงแทนการเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ต ดังนั้นสตรีมมิ่งวิดีโอที่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจะสามารถเปิดเล่นได้ผ่านโทรทัศน์
ภาพประกอบของเนื้อหาแบบสตรีมมิ่ง
  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต] — [Wi‑Fi Direct] — [การตั้งค่า Wi‑Fi Direct]
  2. เลือกชื่อทีวีที่ปรากฏบนหน้าจอทีวีด้วยอุปกรณ์ Wi-Fi Direct
    หากอุปกรณ์ไม่รองรับ Wi-Fi Direct ให้เลือก [แสดงเครือข่าย (SSID)/รหัสผ่าน]
  3. ใช้งานอุปกรณ์ Wi-Fi Direct/Wi-Fi เพื่อเชื่อมต่อกับทีวี
  4. ส่งเนื้อหาจากอุปกรณ์ Wi-Fi Direct/Wi-Fi ไปยังทีวี
    โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่คู่มือการใช้งานของอุปกรณ์

หากการเชื่อมต่อไม่สำเร็จ

เมื่อหน้าจอพร้อมใช้งานสำหรับการตั้งค่า Wi-Fi Direct ปรากฏขึ้น ให้เลือก [แสดงเครือข่าย (SSID)/รหัสผ่าน] และปฏิบัติตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อทำการตั้งค่าให้เสร็จสมบูรณ์

การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น

ปฏิบัติตามขั้นตอนข้างต้นเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ สามารถเชื่อมต่อพร้อมกันได้สูงสุด 10 เครื่อง การเชื่อมต่ออุปกรณ์เพิ่มในขณะที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่แล้ว 10 ตัว ให้ถอดอุปกรณ์ตัวที่ไม่จำเป็นออก จากนั้นจึงเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่น

การเปลี่ยนชื่อทีวีที่แสดงบนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ระบบ] — [เกี่ยวกับ] — [ชื่ออุปกรณ์]

การแสดงรายชื่ออุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่/ยกเลิกการลงทะเบียนอุปกรณ์

กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต] — [Wi‑Fi Direct] — [แสดง/ลบรายการเครื่องมือ]

การยกเลิกการลงทะเบียนอุปกรณ์ ให้เลือกอุปกรณ์จากรายชื่อที่ต้องการลบ จากนั้นกดปุ่ม (ตกลง) จากนั้นเลือก [ใช่] บนหน้าจอยืนยัน

การยกเลิกการลงทะเบียนอุปกรณ์ทั้งหมด ให้เลือก [ลบทั้งหมด] จากรายชื่อ จากนั้น [ใช่] ในหน้าจอยืนยัน

[79] การเชื่อมต่อกับเครือข่าย

คุณสมบัติของเครือข่ายที่บ้าน

  • การปรับการตั้งค่าเครือข่ายที่บ้าน
  • การเล่นเนื้อหาจากคอมพิวเตอร์
  • การเล่นเนื้อหาจากเซิร์ฟเวอร์สื่อข้อมูล
[80] คุณสมบัติของเครือข่ายที่บ้าน | คุณสมบัติของเครือข่ายที่บ้าน

การปรับการตั้งค่าเครือข่ายที่บ้าน

ท่านสามารถปรับการตั้งค่าเครือข่ายที่บ้านต่อไปนี้ได้

การตรวจสอบการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์

กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต] — [ตั้งค่าเครือข่ายที่บ้าน] — [การวิเคราะห์เซิร์ฟเวอร์] — แล้วทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อวินิจฉัยปัญหา

การใช้ฟังก์ชั่นจําลองภาพ

กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต] — [ตั้งค่าเครือข่ายที่บ้าน] — [Renderer] — แล้วเลือกตัวเลือกที่ต้องการ

[ฟังก์ชั่น Renderer]
เปิดใช้งานฟังก์ชันตัวแสดง
ท่านสามารถเล่นไฟล์ภาพถ่าย/เพลง/วิดีโอที่อยู่ในอุปกรณ์ควบคุม (เช่น กล้องดิจิตอล) บนหน้าจอทีวีได้โดยการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวโดยตรง
[การควบคุมเข้าถึง Renderer]
  • เลือก [สิทธิ์การเข้าถึงอัตโนมัติ] เพื่อเข้าใช้ทีวีโดยอัตโนมัติเมื่ออุปกรณ์ควบคุมเข้าใช้ทีวีครั้งแรก
  • เลือก [การตั้งค่าแบบเลือกปรับ] เพื่อเปลี่ยนการตั้งค่าการอนุญาตเข้าใช้ของอุปกรณ์ควบคุมแต่ละชิ้น

การใช้อุปกรณ์รีโมท

กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต] — [การตั้งค่าอุปกรณ์รีโมท] — แล้วเลือกตัวเลือกที่ต้องการ

[ควบคุมจากระยะไกล]
สั่งการทำงานของทีวีจากอุปกรณ์ที่ลงทะเบียนไว้
[ยกเลิกลงทะเบียนอุปกรณ์รีโมท]
ยกเลิกการลงทะเบียนอุปกรณ์เพื่อปิดใช้การสั่งการทำงานของทีวีจากอุปกรณ์ดังกล่าว
[81] คุณสมบัติของเครือข่ายที่บ้าน | คุณสมบัติของเครือข่ายที่บ้าน

การเล่นเนื้อหาจากคอมพิวเตอร์

ท่านสามารถเพลิดเพลินกับเนื้อหา (ไฟล์รูปภาพ/เพลง/วิดีโอ) ที่เก็บไว้ในอุปกรณ์เครือข่ายที่อยู่ในห้องอื่น ถ้าท่านเชื่อมต่อทีวีเข้ากับเครือข่ายภายในบ้านผ่านทางเราเตอร์

ภาพประกอบของวิธีเชื่อมต่อ
  1. คอมพิวเตอร์ (เซิร์ฟเวอร์)
  2. เราเตอร์
  3. โมเด็ม
  4. อินเตอร์เน็ต
  1. เชื่อมต่อทีวีกับเครือข่ายที่บ้านของท่าน
  2. กดปุ่ม HOME/(โฮม) แล้วเลือก แอป จากเมนู Home แล้วเลือก [เครื่องเล่นสื่อ]
    หากรีโมทคอนโทรลที่ให้มานั้นมีปุ่ม APPS ท่านสามารถกดปุ่ม APPS
  3. เลือกชื่ออุปกรณ์เครือข่าย
  4. เลือกโฟลเดอร์ จากนั้นเลือกไฟล์เพื่อเล่น

การตรวจสอบฟอร์แมตของไฟล์ที่สนับสนุน

  • ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน

หมายเหตุ

  • การเล่นอาจไม่สามารถทำได้แม้ไฟล์จะอยู่ในฟอร์แมตที่สนับสนุนก็ตาม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับไฟล์ดังกล่าว
[82] คุณสมบัติของเครือข่ายที่บ้าน | คุณสมบัติของเครือข่ายที่บ้าน

การเล่นเนื้อหาจากเซิร์ฟเวอร์สื่อข้อมูล

ท่านสามารถเล่นไฟล์ภาพถ่าย/เพลง/วิดีโอที่อยู่ในอุปกรณ์ควบคุม (เช่น กล้องดิจิตอล) บนหน้าจอทีวีได้โดยการใช้งานตัวควบคุมดังกล่าวโดยตรง หากท่านเชื่อมต่อทีวีเข้ากับเครือข่ายภายในบ้านผ่านทางเราเตอร์ อุปกรณ์ควบคุมดังกล่าวควรใช้ได้กับฟังก์ชั่นจำลองภาพ

ภาพประกอบของวิธีเชื่อมต่อ
  1. กล้องดิจิตอล (อุปกรณ์ควบคุม)
  2. เราเตอร์
  3. โมเด็ม
  4. อินเตอร์เน็ต
  1. เชื่อมต่อทีวีกับเครือข่ายที่บ้านของท่าน
  2. ใช้งานอุปกรณ์ควบคุมเพื่อเริ่มเล่นเนื้อหาบนหน้าจอทีวี
[83] การเชื่อมต่อกับเครือข่าย

การเปิดดูข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต

ท่านสามารถใช้บริการสตรีมมิ่งวิดีโอเช่น YouTube™ และ Netflix เพื่อรับชมเนื้อหาทางอินเทอร์เน็ต บริการที่มีให้แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเทศและภูมิภาคของท่าน ท่านสามารถเปิดใช้บริการเหล่านี้ได้โดยเลือกแอปของพวกเขาในเมนูหลัก หากมีการตั้งค่าบัญชี Google บนทีวีท่านยังสามารถเลือกเนื้อหาที่แสดงในเมนูหลักได้อีกด้วย

หมายเหตุ

  • การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจำเป็นสำหรับการดูเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ต
  • บริการวิดีโอสตรีมมิ่ง เช่น Netflix และ Amazon Prime เป็นบริการแบบมีค่าใช้จ่าย
  • บริการวิดีโอสตรีมมิ่งที่รองรับจะขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ และบางรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศอาจไม่รองรับบริการดังกล่าว

คำแนะนำ

  • แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งค่าบัญชี Google ไว้ที่ TV แต่ยังสามารถดูวิดีโอได้จาก YouTube ที่ปรากฏที่หน้าจอหลักหาก TV เชื่อมต่ออยู่กับอินเทอร์เน็ต ติดตั้งแอพใหม่ เช่น สำหรับการสตรีมวิดีโอโดยตั้งค่าและเพิ่มบัญชี Google
[84]

การตั้งค่า

เนื้อหาที่แสดงในการตั้งค่าทีวีจะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ

  • การใช้ การตั้งค่าเร็ว
  • ช่อง & ช่องต่อเข้า ช่องและช่องต่อเข้า ฯลฯ
  • การแสดงผลและการปรับเสียง ภาพ จอภาพ การปรับเสียงและสัญญาณเสียงออก ฯลฯ
  • เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต
  • บัญชีและการลงชื่อเข้าใช้ กำหนดค่าบัญชี Google หรือเพิ่มบัญชีอื่น ๆ
  • ความเป็นส่วนตัว ท่านสามารถจำกัดการติดตั้งแอปจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จัก
  • แอป
  • ระบบ วันที่และเวลา, ภาษา / Language, เสียง, การเข้าถึง, การควบคุมโดยผู้ปกครองและ ไฟสัญญาณ LED เป็นต้น
  • รีโมตและอุปกรณ์เสริม การตั้งค่ารีโมทคอนโทรลและ Bluetooth
  • ตั้งเวลา & นาฬิกา ตั้งเวลาเปิด, ตั้งเวลาปิด, ปลุก, การแสดงนาฬิกา ฯลฯ
[85] การตั้งค่า

การใช้ การตั้งค่าเร็ว

หากท่านกดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) บนรีโมทคอนโทรล ท่านสามารถใช้งานคุณสมบัติต่าง ๆ เช่น [โหมดภาพ] [ตั้งเวลาปิด] และ [ปิดภาพ] บนหน้าจอปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งการตั้งค่า เช่น [สัญญาณเสียงออก] ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ นอกจากนี้ ท่านยังสามารถแสดงผล [การตั้งค่า] จาก [การตั้งค่าเร็ว] ได้อีกด้วย

หมายเหตุ

  • เนื้อหาที่แสดงในการตั้งค่าทีวีจะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ
ภาพของหน้าจอทีวี
  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) บนรีโมทคอนโทรล
  2. เลื่อนโฟกัสเพื่อเปลี่ยนการตั้งค่าหรือเลือกการตั้งค่า

การเปลี่ยนการตั้งค่าที่แสดงขึ้น

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) บนรีโมทคอนโทรล
  2. เลื่อนโฟกัสไปทางซ้ายหรือขวา แล้วเลือก (แก้ไข)
  3. เลือกการตั้งค่าที่ต้องการ
  4. เลือก [ปิด]

คำแนะนำ

  • หากต้องการเปลี่ยนลำดับหรือซ่อนรายการที่แสดง ให้กดปุ่ม (ตกลง) บนรีโมทคอนโทรลค้างไว้พร้อมกับไฮไลท์รายการนั้น แล้วระบบจะแสดง [ย้าย] และ [ซ่อน] หากท่านเลือก [ย้าย] ให้ใช้ (ซ้าย) / (ขวา) บนรีโมทคอนโทรลเพื่อย้ายรายการนั้นไปยังตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นกดปุ่ม (ตกลง) บนรีโมทคอนโทรล
  • ด้วย [การแจ้งเตือน BRAVIA] ใน การตั้งค่าเร็ว ท่านจึงสามารถตรวจสอบได้ว่ามีการแจ้งเตือน เช่น การอัปเดตซอฟต์แวร์และระดับแบตเตอรี่ของรีโมทคอนโทรลต่ำหรือไม่
[86] การตั้งค่า

ช่อง & ช่องต่อเข้า

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — แล้วเลือกตัวเลือกที่ต้องการ

ตัวเลือกที่สามารถใช้งานได้

[ช่อง]
ปรับการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับการรับรายการออกอากาศ
การปรับจูนช่องสัญญาณดิจิตอล
การรับการออกอากาศสัญญาณภาพแบบดิจิตอล
การแยกประเภทช่องหรือแก้ไขรายชื่อช่อง
การแยกประเภทหรือแก้ไขช่อง
[ค่ากำหนด (ช่อง)]
กำหนดค่า [การตั้งค่าคำบรรยาย] และ [การตั้งค่าเสียง (การออกอากาศ)]
[แบนเนอร์ข้อมูล]
แสดงข้อมูลรายการเมื่อมีการเปลี่ยนช่อง
[ช่องต่อเข้า]
ปรับการตั้งค่าช่องต่อเข้าและ BRAVIA Sync
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ BRAVIA Sync โปรดดูที่ อุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync
[87] การตั้งค่า

การแสดงผลและการปรับเสียง

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — แล้วเลือกตัวเลือกที่ต้องการ

ตัวเลือกที่สามารถใช้งานได้

[ภาพ]
กำหนดค่าการตั้งค่าการแสดงผลที่ปรับคุณภาพของภาพ เช่น ความสว่างหน้าจอ
หากต้องการปรับคุณภาพของภาพให้ตรงตามความต้องการ โปรดดูหน้า การปรับคุณภาพของภาพ
[จอภาพ]
ปรับขนาดและตำแหน่งหน้าจอ
[การปรับเสียง]
กำหนดค่าการตั้งค่าที่ปรับเสียง
หากต้องการปรับคุณภาพของเสียงให้ตรงตามความต้องการ โปรดดูหน้า การปรับคุณภาพของเสียง
[สัญญาณเสียงออก]
กำหนดค่าการตั้งค่าการเลือกที่เกี่ยวกับลำโพง
[การตั้งค่าจอภาพขั้นสูง] (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)
ใช้เมื่อตั้งค่า [เลื่อนพิกเซล] หรือทำการ [รีเฟรชจอภาพ] ด้วยตนเอง
โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)
[88] การตั้งค่า

เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต

กำหนดการตั้งค่าต่างๆ เช่น LAN ไร้สาย, LAN แบบใช้สาย และเครือข่ายที่บ้าน

[89] การตั้งค่า

บัญชีและการลงชื่อเข้าใช้

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [บัญชีและการลงชื่อเข้าใช้] — แล้วเลือกตัวเลือกที่ต้องการ
[90] การตั้งค่า

ความเป็นส่วนตัว

ท่านสามารถจำกัดการติดตั้งแอปจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จัก

[91] การตั้งค่า

แอป

ช่วยให้ท่านสามารถกำหนดค่าหรือถอนการติดตั้งแอปหรือล้างไฟล์แคชได้

[92] การตั้งค่า

ระบบ

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ระบบ] — แล้วเลือกตัวเลือกที่ต้องการ

หมายเหตุ

  • ตัวเลือกบางอย่างอาจไม่ปรากฏขึ้นหรือสามารถใช้งานได้ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าโทรทัศน์

ตัวเลือกที่สามารถใช้งานได้

[การเข้าถึง]
ปรับการตั้งค่าของฟังก์ชันการเข้าถึงและบริการสำหรับช่วยเหลือเพื่อให้ผู้ใช้ใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น
[เกี่ยวกับ]
แสดงข้อมูลเกี่ยวกับทีวี
คุณสามารถรีเซ็ต TV ของคุณได้ที่นี่
[วันที่และเวลา]
กำหนดค่าเวลาปัจจุบันและการแสดงนาฬิกาอัตโนมัติ
[ภาษา / Language]
เลือกภาษาเมนู ภาษาของเมนูที่เลือกถูกจะกำหนดภาษาการจดจำเสียง
[แป้นพิมพ์]
ปรับการตั้งค่าของแป้นพิมพ์บนหน้าจอ
[พื้นที่เก็บข้อมูล]
เปลี่ยนการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูล
[โหมดแอมเบียนท์]
กำหนดค่าการแสดงผลที่หน้าจอเมื่อไม่ได้ใช้งานโทรทัศน์หลังจากเลยเวลาที่กำหนดขณะจัดแสดงเนื้อหาที่ไม่ใช่สัญญาณถ่ายทอดหรือวิดีโอ
[กำลังไฟฟ้าและพลังงาน]
กำหนดค่าเพื่อประหยัดพลังงานและการเริ่มทำงานของหน้าจอโทรทัศน์
[รีสตาร์ท]
รีสตาร์ทโทรทัศน์
[การควบคุมโดยผู้ปกครอง]
กำหนดค่าการล็อกโดยผู้ปกครองเพื่อจำกัดการใช้งาน [ช่อง & ช่องต่อเข้า], [แอปพลิเคชัน] และ [เวลาจอภาพ]
[ไฟสัญญาณ LED]
กำหนดค่า [การตอบสนองการดำเนินการ] และ [สถานะการตรวจจับเสียง]* (เมนูที่แสดงจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น)
[เสียง]
กำหนดการตั้งค่า [เสียงระบบ]
[Apple AirPlay และ HomeKit]
กำหนดค่าสำหรับ Apple AirPlay และ HomeKit
[การตั้งค่าเริ่มแรก]
ตั้งค่าคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น เครือข่ายและช่องสัญญาณ สำหรับการใช้งานครั้งแรก
[การตั้งค่าโหมดร้านค้า]
ปรับหน้าจอสำหรับการใช้แสดงหน้าร้านด้วยการตั้งค่า [โหมดตัวอย่าง] ฯลฯ

* เฉพาะทีวีที่มีไมโครโฟนในตัว

[93] การตั้งค่า

รีโมตและอุปกรณ์เสริม

  1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [รีโมตและอุปกรณ์เสริม] — แล้วเลือกตัวเลือกที่ต้องการ

ตัวเลือกที่สามารถใช้งานได้

คุณสามารถเปิดหรือปิด Bluetooth หรือลงทะเบียนอุปกรณ์ Bluetooth

[Bluetooth]
เปิดหรือปิดใช้งาน Bluetooth
[จับคู่อุปกรณ์เสริม]
จับคู่อุปกรณ์ Bluetooth
[รีโมทคอนโทรล]
ตั้งค่าสำหรับการจับคู่รีโมทสั่งงานด้วยเสียง
[94] การตั้งค่า

ตั้งเวลา & นาฬิกา

จาก ตั้งเวลา & นาฬิกา คุณสามารถตั้งค่า ตั้งเวลาเปิด, ตั้งเวลาปิด, ปลุก และ การแสดงนาฬิกา

การเพิ่ม ตั้งเวลา & นาฬิกา ไปยังหน้าจอเลือกสัญญาณขาเข้า

  1. กดปุ่ม (เลือกอินพุต)
    อุปกรณ์และแอปที่ใช้ได้จะปรากฏขึ้นด้านล่างของหน้าจอ
  2. กดปุ่ม (ขวา) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก (แก้ไข)
  3. เลือก ตั้งเวลา & นาฬิกา จากนั้นกดปุ่ม ป้อน
    ตั้งเวลา & นาฬิกา จะถูกเพิ่มเข้ามา

การกำหนดค่าสำหรับ ตั้งเวลา & นาฬิกา

  1. กดปุ่ม (เลือกสัญญาณขาเข้า) ที่รีโมทคอนโทรลแล้วเลือกรายการต่อไปนี้
    [ตั้งเวลา & นาฬิกา] — ต่าที่ต้องการ

ตัวเลือกที่สามารถใช้งานได้

[ตั้งเวลาเปิด]
เปิดโทรทัศน์ไปยังช่องหรือสัญญาณขาเข้าที่ต้องการตามเวลาที่กำหนด
[ตั้งเวลาปิด]
ปิดโทรทัศน์ในเวลาที่กำหนด
[ปลุก]
เปิดเล่นเสียงเมื่อพ้นเวลาที่กำหนด
[การแสดงนาฬิกา]
แสดงนาฬิกาที่หน้าจอโทรทัศน์ตลอดเวลาหรือทุกชั่วโมง
[95]

การแก้ไขปัญหา

  • เริ่มที่นี่ ประสบปัญหา? เริ่มที่นี่
  • ภาพ (คุณภาพ)/หน้าจอ
  • แป้นพิมพ์
  • การรับการออกอากาศ
  • เสียง
  • เครือข่าย (อินเตอร์เน็ต/บ้าน)/แอป
  • รีโมทคอนโทรล/อุปกรณ์เสริม
  • พลังงาน
  • อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่
  • LED
[96] การแก้ไขปัญหา

เริ่มที่นี่

  • การวินิจฉัยด้วยตนเอง
  • การอัปเดตซอฟต์แวร์
  • หากจำเป็นต้องตั้งค่าทีวีใหม่ทั้งหมด (เปิดใหม่อีกครั้ง)
  • คำถามที่ถูกถามบ่อยสำหรับการแก้ไขปัญหา
[97] เริ่มที่นี่ | เริ่มที่นี่

การวินิจฉัยด้วยตนเอง

ให้ตรวจสอบว่าทีวีทำงานตามปกติหรือไม่

    1. กดปุ่ม (เลือกสัญญาณขาเข้า) ที่รีโมทคอนโทรลแล้วเลือก [ช่วยเหลือ] หากไม่มี [ช่วยเหลือ] ให้เลือ [แก้ไข] แล้วเพิ่ม [ช่วยเหลือ] เข้าไป
    2. เลือก [สถานะและการตรวจวิเคราะห์] — [การวิเคราะห์ตัวเอง]

    คำแนะนำ

    นอกจากนี้ ท่านยังสามารถตรวจสอบอาการต่อไปนี้ได้ใน [สถานะและการตรวจวิเคราะห์]

    • [การตรวจวิเคราะห์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต]
    • [การตรวจวิเคราะห์การเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก]
    • [การทดสอบภาพและเสียง]

    หากปัญหายังคงมีอยู่ ให้ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

    • รีเซ็ตทีวี (เริ่มระบบใหม่) โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ หากจำเป็นต้องตั้งค่าทีวีใหม่ทั้งหมด (เปิดใหม่อีกครั้ง)
    • ตรวจสอบและลองอัปเดตซอฟต์แวร์
    • เว็บไซต์ช่วยเหลือ
    [98] เริ่มที่นี่ | เริ่มที่นี่

    การอัปเดตซอฟต์แวร์

    Sony จะมีการอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นครั้งคราวเพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานและมอบประสบการณ์ทีวีล่าสุดให้แก่ผู้ใช้ วิธีการที่ง่ายที่สุดในการรับการอัปเดตซอฟต์แวร์คือผ่านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับทีวี

    หากต้องการตรวจสอบการอัปเดตซอฟต์แวร์โดยอัตโนมัติ

    1. กดปุ่ม (เลือกสัญญาณขาเข้า) ที่รีโมทคอนโทรลแล้วเลือก [ช่วยเหลือ] หากไม่มี [ช่วยเหลือ] ให้เลือก [แก้ไข] แล้วเพิ่ม [ช่วยเหลือ] เข้าไป
    2. เปิดใช้งาน [ตรวจหาการอัพเดทโดยอัตโนมัติ] ใน [สถานะและการตรวจวิเคราะห์] — [อัพเดทซอฟท์แวร์ระบบ]

    คำแนะนำ

    • การอัปเดตซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง ให้เลือก [อัพเดทซอฟท์แวร์]
    • ท่านสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสำหรับชุดข้อมูลอัพเดตซอฟต์แวร์ได้จาก การแจ้งเตือน BRAVIA หรือเว็บไซต์บริการ

    หมายเหตุ

    • เมื่อ [ตรวจหาการอัพเดทโดยอัตโนมัติ] ปิดใช้งาน ทีวีจะไม่สามารถรับการแจ้งเตือนได้แม้ว่าจะมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ก็ตาม

    การอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอุปกรณ์เก็บข้อมูล USB

    หากท่านไม่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ท่านสามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ได้โดยใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูล USB ใช้คอมพิวเตอร์ของท่านในการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ล่าสุดจากเว็บไซต์ช่วยเหลือ Sony ลงบนอุปกรณ์เก็บข้อมูล USB เสียบอุปกรณ์เก็บข้อมูล USB ที่ช่อง USB บนทีวี และการอัปเดตซอฟต์แวร์จะเริ่มโดยอัตโนมัติ

    หากท่านจะอัปเดตซอฟต์แวร์ของทีวีโดยใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูล USB ท่านควรอ่านข้อควรระวังสำหรับการอัปเดตด้วยอุปกรณ์เก็บข้อมูล USB บนเว็บไซต์

    โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ช่วยเหลือที่หน้า เว็บไซต์ช่วยเหลือ

    [99] เริ่มที่นี่ | เริ่มที่นี่

    หากจำเป็นต้องตั้งค่าทีวีใหม่ทั้งหมด (เปิดใหม่อีกครั้ง)

    หากท่านมีปัญหา เช่น ภาพไม่แสดงบนหน้าจอหรือรีโมทคอนโทรลไม่ทำงาน ให้รีเซ็ตทีวีโดยปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ หากปัญหายังคงอยู่ ให้ลองขั้นตอนการรีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงานด้านล่างนี้
    หากต่ออุปกรณ์ USB ภายนอกเข้ากับทีวีให้ถอดอุปกรณ์ USB ออกจากทีวีก่อนการรีเซ็ต

    การรีเซ็ตค่าการใช้พลังงาน

    1. เริ่มการทำงานของทีวีใหม่ด้วยรีโมทคอนโทรล
      กดปุ่มเปิด/ปิดบนรีโมทคอนโทรลค้างไว้ประมาณ 5 วินาที จนกว่าทีวีจะเปิดใหม่ (ข้อความปิดเครื่องจะปรากฏขึ้น)

      ขั้นตอนการรีสตาร์ทจะขึ้นอยู่กับรุ่นทีวี นอกจากนี้คุณยังสามารถกดปุ่มเปิดปิดค้างที่รีโมทคอนโทรลเป็นเวลา 2 วินาที จากนั้นเลือก [เริ่มต้นใหม่] จากหน้าจอทีวี
      ค่าปรับตั้งของทีวีและข้อมูลจะไม่หายไปแม้ว่าจะรีสตาร์ทเครื่อง (เหมือนกับการถอดปลั๊กแล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่)

      โทรทัศน์จะปิดและรีสตาร์ทอัตโนมัติหลังผ่านไปประมาณหนึ่งนาที

    2. ถอดปลั๊กสายไฟ AC ออก (สายหลัก)
      หากยังคงมีปัญหาอยู่หลังจากขั้นตอนที่ 1 ให้ถอดปลั๊กสายไฟของทีวี (สายหลัก) ออกจากเต้าเสียบไฟฟ้า จากนั้นกดปุ่มเปิดปิดที่โทรทัศน์แล้วปล่อย รอประมาณ 2 นาที แล้วเสียบปลั๊ก (สายไฟหลัก) กลับเข้าไปที่เต้ารับไฟฟ้า

    คำแนะนำ

    • ทีวีรุ่นที่มี 1 ปุ่ม (ปุ่มเปิด/ปิดเท่านั้น) สามารถเปิดใหม่อีกครั้งได้โดยใช้ปุ่มเปิด/ปิด กดปุ่มเปิด/ปิดบนทีวีเพื่อแสดงเมนูการใช้งาน เลือก [เริ่มต้นใหม่] ในเมนู จากนั้นกดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้เพื่อเปิดทีวีใหม่
    • การตั้งค่าส่วนบุคคลและข้อมูลของท่านจะไม่สูญหายหลังจากรีสตาร์ททีวี

    รีเซ็ตข้อมูลเป็นค่าเริ่มต้น

    หากปัญหายังคงมีอยู่หลังจากที่รีเซ็ตแล้ว ให้ลองรีเซ็ตข้อมูลเป็นค่าเริ่มต้น

    หมายเหตุ

    การรีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงานจะลบข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมดของทีวี (เช่น Wi-Fi และข้อมูลการตั้งค่าเครือข่ายแบบใช้สายบัญชี Google และข้อมูลการเข้าสู่ระบบอื่น ๆ Google Play และแอปอื่น ๆ ที่ติดตั้ง)

    1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ระบบ] — [เกี่ยวกับ] — [รีเซ็ต] — [รีเซ็ตข้อมูลเป็นค่าเริ่มต้น]
    2. ลบข้อมูลทั้งหมด
      หากท่านตั้งค่ารหัส PIN ไว้สำหรับโทรทัศน์ ท่านจะได้รับแจ้งให้กรอกข้อมูลดังกล่าว
      หลังจากสิ้นสุดการรีเซ็ตเป็นค่าจากโรงงาน TV จะเรยีกใช้ตัวช่วยตั้งค่าเบื้องต้น คุณจะต้องยอมรับเงื่อนไขการให้บริการของ Google และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google
    [100] เริ่มที่นี่ | เริ่มที่นี่

    คำถามที่ถูกถามบ่อยสำหรับการแก้ไขปัญหา

    สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีแก้ไขปัญหา ท่านสามารถดู “คำถามที่ถูกถามบ่อย” ในเว็บไซต์ช่วยเหลือของเราด้านล่าง

    • http://www.sony.net/androidtv-faq/
      คิวอาร์โค้ดสำหรับเว็บไซต์ช่วยเหลือของ Sony
    • http://www.sony.net/androidtv-faq/
    [101] การแก้ไขปัญหา

    ภาพ (คุณภาพ)/หน้าจอ

    • ไม่มี สี/ภาพมืด/สี เพี้ยน/ภาพสว่างเกินไป
    • ภาพบิดเบี้ยว/หน้าจอกะพริบ
    • ภาพ HDR ความละเอียดสูงจะไม่แสดงขึ้น
    • จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)
    [102] ภาพ (คุณภาพ)/หน้าจอ | ภาพ (คุณภาพ)/หน้าจอ

    ไม่มี สี/ภาพมืด/สี เพี้ยน/ภาพสว่างเกินไป

    • ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายอากาศ (เสาอากาศ)/สายสัญญาณ
    • เชื่อมต่อทีวีเข้ากับสายไฟ AC (สายหลัก) และกดปุ่มเปิด/ปิดบนทีวีหรือรีโมทคอนโทรล
    • กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [ภาพ] เพื่อปรับแต่งค่า
      โปรดดูรายละเอียดที่หน้า การปรับคุณภาพของภาพ
    • กดปุ่ม ที่รีโมทคอนโทรล แล้วเลือก [สว่าง] และ [ประหยัดพลังงาน] ที่หน้าจอ Quick Settings (ตั้งค่าด่วน)
      คุณไม่สามารถตั้งค่า [สว่าง] ได้ขณะตั้งค่า [ประหยัดพลังงาน] เป็น [สูง] แก้ไขค่า [ประหยัดพลังงาน]

    หมายเหตุ

    • คุณภาพของภาพจะขึ้นอยู่กับสัญญาณภาพและรายการ
    • คุณภาพของภาพอาจดีขึ้นหากท่านเปลี่ยนใน [ภาพ] ภายใต้ [การตั้งค่า]
      กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [ภาพ][สว่าง] แล้วปรับ [สว่าง] หรือ [ความเปรียบต่าง]
    [103] ภาพ (คุณภาพ)/หน้าจอ | ภาพ (คุณภาพ)/หน้าจอ

    ภาพบิดเบี้ยว/หน้าจอกะพริบ

    ตรวจสอบการเชื่อมต่อและตำแหน่งของ สายอากาศ (เสาอากาศ) และอุปกรณ์ภายนอก

    • ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายอากาศ (เสาอากาศ)/สายสัญญาณ
    • ขยับสายอากาศ (เสาอากาศ)/สายสัญญาณให้ห่างจากสายสัญญาณเชื่อมต่ออื่นๆ
    • เมื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริม ควรเว้นระยะห่างระหว่างอุปกรณ์ดังกล่าวกับทีวี
    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ใช้สายโคแอกเชียล 75 โอห์ม คุณภาพสูงเชื่อมต่อกับสายอากาศ (เสาอากาศ)

    ตรวจสอบการตั้งค่า [เคลื่อนไหว]

    • กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [ภาพ] — [เคลื่อนไหว] — [Motionflow] — [ปิด]
    • เปลี่ยนการตั้งค่าปัจจุบันของ [โหมดฟิล์ม] เป็น [ปิด]
      กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมตคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [ภาพ] — [เคลื่อนไหว] — [โหมดฟิล์ม]
    [104] ภาพ (คุณภาพ)/หน้าจอ | ภาพ (คุณภาพ)/หน้าจอ

    ภาพ HDR ความละเอียดสูงจะไม่แสดงขึ้น

    จำเป็นต้องใช้เพื่อดูภาพ HDR ความละเอียดสูง เช่น 4K (50p/60p)*

    • เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่สามารถเล่น 4K (50p/60p)* ได้
    • ใช้ Premium High Speed HDMI Cable(s) ที่รองรับ 18 Gbps
    • ตั้งค่า [รูปแบบสัญญาณ HDMI] เป็น [รูปแบบที่ปรับปรุง] โดยเลือก [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่องต่อเข้า] — [รูปแบบสัญญาณ HDMI] — ขั้ว HDMI ที่คุณต้องการตั้งค่า
    • ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อมีการตั้งค่าหรือเฟิร์มแวร์ล่าสุดหรือไม่

    * สามารถใช้งานได้ในบางรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ

    [105] ภาพ (คุณภาพ)/หน้าจอ | ภาพ (คุณภาพ)/หน้าจอ

    จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)

    • หน้าจอมืดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)
    • ข้อความ [การรีเฟรชจอภาพไม่เสร็จสิ้น] แสดงขึ้น (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)
    • ท่านกังวลเกี่ยวกับอาการภาพค้างบนหน้าจอ (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)
    • เส้นสีขาว หรือแดง เขียวหรือน้ำเงินจะปรากฏชึ้นที่หน้าจอ (เฉพาะบางรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)
    [106] จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED) | จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED) | จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)

    หน้าจอมืดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)

    • หากทั้งภาพหรือบางส่วนของภาพยังคงหยุดนิ่ง หน้าจอจะค่อยๆ มืดขึ้นเพื่อลดอาการภาพค้างบนหน้าจอ ซึ่งเป็นคุณสมบัติในการปกป้องจอแสดงผล ไม่ใช่การทำงานผิดปกติแต่อย่างใด
    [107] จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED) | จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED) | จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)

    ข้อความ [การรีเฟรชจอภาพไม่เสร็จสิ้น] แสดงขึ้น (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)

    หากทีวีเปิดอยู่ สายไฟ AC (สายหลัก) ถูกถอดออก หรืออุณหภูมิโดยรอบไม่ได้อยู่ในช่วงระหว่าง 10°C ถึง 40°C ในระหว่างการรีเฟรชจอภาพ การดำเนินการจะไม่สำเร็จและข้อความนี้จะปรากฏขึ้น เริ่มขั้นตอนอีกครั้งใหม่ทั้งหมด

    คำแนะนำ

    • การรีเฟรชหน้าจออาจต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรุ่นของผลิตภัณฑ์
    [108] จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED) | จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED) | จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)

    ท่านกังวลเกี่ยวกับอาการภาพค้างบนหน้าจอ (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)

    หากมีการแสดงภาพเดียวกันซ้ำ ๆ หรือเป็นเวลานานอาจเกิดการค้างของภาพได้ ปัญหานี้ไม่ใช่ความผิดปกติ

    ทีวีมี 2 ฟังก์ชัน ได้แก่ [เลื่อนพิกเซล] และ [รีเฟรชจอภาพ] ที่ออกแบบมาเพื่อลดอาการภาพค้างบนหน้าจอ
    คุณสามารถเรียกใช้ [รีเฟรชจอภาพ] ในกรณีที่จำเป็น

    1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [การตั้งค่าจอภาพขั้นสูง] — [รีเฟรชจอภาพ]

    คำแนะนำ

    • [เลื่อนพิกเซล] คือคุณสมบัติที่ป้องกันไม่ให้เกิดภาพตกค้างโดยการเคลื่อนภาพโดยอัตโนมัติในช่วงเวลาที่จำกัด ในสถานการณ์ปกติ ให้เปิดใช้ตัวเลือกนี้ไว้
    • เพื่อลดอาการภาพค้างเราขอแนะนำให้ปิดทีวีเป็นประจำทุกวันเป็นเวลานานกว่าสี่ชั่วโมงโดยใช้รีโมทคอนโทรลหรือปุ่มเปิด / ปิดบนทีวี

    หมายเหตุ

    • ทำการรีเฟรชจอภาพด้วยตนเองเฉพาะเมื่ออาการภาพค้างบนหน้าจอสังเกตเห็นได้ชัดเท่านั้น หลีกเลี่ยงการทำมากกว่าปีละครั้ง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออายุการใช้งานของจอแสดงผลได้
    • ภาพที่มีนาฬิกาและสีสันสดใสทำให้เกิดอาการภาพค้างบนหน้าจอได้ง่าย หลีกเลี่ยงการแสดงภาพลักษณะนี้เป็นเวลานาน มิฉะนั้นอาจเกิดอาการภาพค้างบนหน้าจอได้
    [109] จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED) | จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED) | จอแสดงผล OLED (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)

    เส้นสีขาว หรือแดง เขียวหรือน้ำเงินจะปรากฏชึ้นที่หน้าจอ (เฉพาะบางรุ่นที่ติดตั้งจอแสดงผล OLED)

    • ระบบรีเฟรชหน้าจอกำลังทำงาน เส้นสีขาวหรือแดง เขียวหรือน้ำเงินอาจปรากฏขึ้นที่หน้าจอระหว่างรีเฟรชหน้าจอ ซึ่งไม่ใช่การทำงานผิดปกติของทีวี

    คำแนะนำ

    • การรีเฟรชหน้าจออาจต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรุ่นของผลิตภัณฑ์
    • ในกรณีต่อไปนี้ การรีเฟรชหน้าจอจะไม่เสร็จสิ้นและข้อความแจ้งจะปรากฏขึ้น
      • อุณหภูมิห้องไม่อยู่ในช่วง 10°C และ 40°C ระหว่างการรีเฟรชหน้าจอ (เฉพาะบางรุ่น)
      • ทีวีกำลังเปิดอยู่
      • สายไฟถูกถอดออก
      หากข้อความนี้ปรากฏขึ้น ให้ดูรายละเอียดในการรีเฟรชหน้าจอจากคู่มือที่จัดมาให้พร้อมกับ TV ของคุณ
    [110] การแก้ไขปัญหา

    แป้นพิมพ์

    ท่านไม่สามารถใช้งานหน้าจอปัจจุบันหลังจากที่แป้นพิมพ์บนหน้าจอปรากฏขึ้น

    • กลับไปที่การทำงานของหน้าจอด้านหลังแป้นพิมพ์บนหน้าจอ ให้กด BACK/(ย้อนกลับ) ที่รีโมทคอนโทรล
    [111] การแก้ไขปัญหา

    การรับการออกอากาศ

    • ตรวจสอบสิ่งเหล่านี้เป็นลำดับแรกเพื่อแก้ไขปัญหาการรับสัญญาณทีวีของท่าน
    • ท่านไม่สามารถรับชมช่องดิจิตอล
    • ช่องสัญญาณดิจิตอลบางช่องหายไป
    [112] การรับการออกอากาศ | การรับการออกอากาศ

    ตรวจสอบสิ่งเหล่านี้เป็นลำดับแรกเพื่อแก้ไขปัญหาการรับสัญญาณทีวีของท่าน

    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่า สายอากาศ (เสาอากาศ) เชื่อมต่อกับทีวีอย่างแน่นหนา
      • ตรวจสอบให้แน่ใจว่า สายอากาศ (เสาอากาศ) ไม่หลวมหรือหลุดออก
      • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายหรือขั้วต่อสายของ สายอากาศ (เสาอากาศ) ไม่เสียหาย
    • หากต้องการรับชมเนื้อหาแบบสตรีมมิ่ง โปรดเชื่อมต่อทีวีกับอินเตอร์เน็ต

    คำแนะนำ

    • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่เว็บไซต์ช่วยเหลือของ Sony
      เว็บไซต์ช่วยเหลือ
    [113] การรับการออกอากาศ | การรับการออกอากาศ

    ท่านไม่สามารถรับชมช่องดิจิตอล

    • โปรดสอบถามจากผู้ให้บริการติดตั้งในพื้นที่ว่ามีการให้บริการถ่ายทอดสัญญาณแบบดิจิตอลในพื้นที่ของท่านหรือไม่
    • เปลี่ยนไปใช้ สายอากาศ (เสาอากาศ)ที่มีคุณสมบัติในการรับสัญญาณที่ดีกว่านี้
    [114] การรับการออกอากาศ | การรับการออกอากาศ

    ช่องสัญญาณดิจิตอลบางช่องหายไป

    การเปลี่ยนช่วงการปรับจูน (ใช้งานได้ในบางภูมิภาค/ประเทศ)

    กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่อง] — [ตั้งค่าช่อง] — [ตั้งค่าแบบแอดวานซ์] — [ช่วงการปรับช่อง]

    [ปกติ]
    ค้นหาช่องที่สามารถรับชมได้ภายในภูมิภาค/ประเทศของท่าน
    [แบบขยาย]
    ค้นหาช่องที่สามารถรับชมได้ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาค/ประเทศใด

    การอัปเดตบริการดิจิตอล

    ท่านสามารถดำเนินการ [การปรับอัตโนมัติ] หลังจากย้ายไปยังที่พักอาศัยใหม่ เปลี่ยนผู้ให้บริการ หรือเพื่อค้นหาช่องที่เพิ่งเปิดใหม่ได้

    การปรับตั้งการอัปเดตบริการอัตโนมัติ

    เราแนะนำให้ท่านเปิดใช้งาน [อัพเดทการบริการอัตโนมัติ] เพื่อให้สามารถเพิ่มบริการดิจิตอลใหม่ๆ โดยอัตโนมัติเมื่อสามารถใช้งานได้

    1. เปิดใช้ [อัพเดทการบริการอัตโนมัติ] โดยกดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่อง] — [ตั้งค่าช่อง] — [ตั้งค่าแบบแอดวานซ์] — [อัพเดทการบริการอัตโนมัติ]

    หากปิดใช้งาน ท่านจะได้รับการแจ้งเมื่อมีบริการดิจิตอลใหม่ๆ ด้วยข้อความบนหน้าจอ และบริการเหล่านี้จะไม่เพิ่มเข้ามาโดยอัตโนมัติ

    คำแนะนำ

    • ฟังก์ชันนี้จะสามารถใช้งานได้ในบางภูมิภาค/ประเทศ หากไม่สามารถใช้งานได้ ให้ใช้งาน [การปรับอัตโนมัติ] เพื่อเพิ่มบริการใหม่ๆ
    [115] การแก้ไขปัญหา

    เสียง

    • ไม่มีเสียงแต่ภาพคมชัด
    • ไม่มีเสียงหรือเสียงเบาเมื่อใช้กับชุดโฮมเธียเตอร์
    • ท่านต้องการส่งเสียงออกจากหูฟัง / อุปกรณ์เสียง Bluetooth และระบบเสียง / ลำโพงทีวีพร้อมกัน
    • ท่านกังวลเกี่ยวกับการหน่วงระหว่างภาพกับเสียง
    • ไม่มีเสียงทีวีเช่นเสียงการทำงานหรือเสียงตอบรับ
    • ท่านไม่สามารถสร้างการเชื่อมต่อ eARC ได้
    • ท่านไม่สามารถใช้การค้นหาด้วยเสียงด้วยไมโครโฟนในตัวทีวี (เฉพาะทีวีที่มีไมโครโฟนในตัว)
    • TV จะตอบสนองต่อเสียงแวดล้อม (เฉพาะ TV ที่มีไมค์ในตัว)
    [116] เสียง | เสียง

    ไม่มีเสียงแต่ภาพคมชัด

    • ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายอากาศ (เสาอากาศ)/สายสัญญาณ
    • เชื่อมต่อทีวีเข้ากับสายไฟ AC (สายหลัก) และกดปุ่มเปิด/ปิดบนทีวีหรือรีโมทคอนโทรล
    • ตรวจสอบที่ปุ่มปรับระดับเสียง
    • กดปุ่ม (ปิดเสียง) หรือปุ่ม (ระดับเสียง) + เพื่อยกเลิกการปิดเสียง
    • กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) จากนั้นเลือก [สัญญาณเสียงออก] — [ลำโพงทีวี]
    • หากมีการเชื่อมต่อกับหูฟังหรืออุปกรณ์เสียงแบบบลูทูธ จะไม่มีเสียงออกมาจากลำโพงทีวีหรือระบบเสียงที่เชื่อมต่อผ่าน eARC/ARC ถอดหูฟังหรือยกเลิกการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสียงแบบบลูทูธ
    [117] เสียง | เสียง

    ไม่มีเสียงหรือเสียงเบาเมื่อใช้กับชุดโฮมเธียเตอร์

    • กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [ลำโพง] — [เครื่องเสียง]
    • หากเครื่องเสียงไม่รองรับ Dolby Digital หรือ DTS ให้ตั้งค่า [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [ช่องต่อออกของสัญญาณเสียงดิจิตอล] เป็น [PCM]
    • หากท่านเลือกช่องสัญญาณอนาล็อก (RF) และระบบแสดงภาพไม่ถูกต้อง ท่านจะต้องเปลี่ยนระบบออกอากาศของทีวี กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่อง] — [ตั้งค่าช่อง] — [การปรับช่องด้วยตนเอง] — [อนาล็อก][ระบบทีวี] ([อนาล็อก] ที่มีจัดให้หรือชื่อตัวเลือกใช้งานอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาค/ประเทศ/สถานการณ์ของท่าน)
    • ตรวจสอบว่าการตั้งค่า [ระดับช่องต่อออกของสัญญาณเสียงดิจิตอล] ของทีวีอยู่ในระดับสูงสุด

      กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก:
      [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [ระดับช่องต่อออกของสัญญาณเสียงดิจิตอล]

    • เมื่อใช้งานช่องสัญญาณเข้า HDMI พร้อมกับ Super Audio CD หรือ DVD-Audio DIGITAL AUDIO OUT (OPTICAL) อาจไม่มีสัญญาณเสียงส่งออกมา
    [118] เสียง | เสียง

    ท่านต้องการส่งเสียงออกจากหูฟัง / อุปกรณ์เสียง Bluetooth และระบบเสียง / ลำโพงทีวีพร้อมกัน

    หากต้องการส่งเสียงออกจากทั้งหูฟัง/อุปกรณ์เสียงบลูทูธและลำโพงทีวี

    ทีวีไม่สามารถส่งเสียงจากทั้งหูฟังหรืออุปกรณ์เสียงบลูทูธและลำโพงทีวีได้ในเวลาเดียวกัน

    เพื่อส่งเสียงจากทั้งระบบเสียงที่เชื่อมต่อผ่าน eARC/ARC และลำโพงทีวี

    เสียงสามารถออกจากทั้งระบบเสียงที่เชื่อมต่อกับทีวีและลำโพงทีวีได้ในเวลาเดียวกันโดยปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

    • เชื่อมต่อทีวีและเครื่องเสียงโดยใช้สายดิจิตอลออปติคอล
    • ตั้งค่า [ช่องต่อออกของสัญญาณเสียงดิจิตอล] กับ [PCM]

    โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับการเชื่อมต่อสายเคเบิลแบบดิจิตอลที่หน้า การเชื่อมต่อเครื่องเสียง

    [119] เสียง | เสียง

    ท่านกังวลเกี่ยวกับการหน่วงระหว่างภาพกับเสียง

    หากเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสียงบลูทูธ

    ภาพกับเสียงจะไม่ตรงกันเนื่องจากเกิดการหน่วงเสียงซึ่งเป็นคุณลักษณะของบลูทูธ ท่านสามารถปรับเวลาแสดงภาพและเสียงได้ด้วยการตั้งค่า A/V sync

    1. ตั้งค่า [A/V sync] เป็น [อัตโนมัติ] หรือ [เปิด] กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [A/V sync]

    หากเชื่อมต่อเครื่องเสียงที่กำหนดด้วยสาย HDMI

    ท่านสามารถปรับเวลาแสดงภาพและเสียงได้ โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นที่รองรับที่เว็บไซต์ช่วยเหลือ

    • เว็บไซต์ช่วยเหลือ
    [120] เสียง | เสียง

    ไม่มีเสียงทีวีเช่นเสียงการทำงานหรือเสียงตอบรับ

    หากเชื่อมต่อทีวีผ่าน eARC หรือ [โหมดส่งต่อ] ตั้งค่าเป็น [อัตโนมัติ] เสียงของทีวี เช่น จากการทำงานของรีโมทคอนโทรลหรือเสียงพูดจะไม่ถูกจ่ายออกเนื่องจากสัญญาณเสียงจากสัญญาณ HDMI ขาเข้าจะจ่ายผ่านระบบเสียง eARC หากต้องการให้เสียงทีวีดัง ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

    • หยุดดูอุปกรณ์ช่องสัญญาณเข้า HDMI
    • ตั้งค่า [โหมด eARC] เป็น [ปิด]
      กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [โหมด eARC] — [ปิด]
    • ตั้งค่า [โหมดส่งต่อ] เป็น [ปิด]
      กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [โหมดส่งต่อ] — [ปิด]
    [121] เสียง | เสียง

    ท่านไม่สามารถสร้างการเชื่อมต่อ eARC ได้

    • [โหมด eARC] ไม่ทำงานเมื่อเปิดใช้งานฟังก์ชันแปลงข้อความเป็นเสียงพูดสำหรับข้อความบนหน้าจอภายในคุณสมบัติการเข้าถึงของ TV
    • เชื่อมต่อระบบเสียงกับ HDMI สายเคเบิลด้วยอีเทอร์เน็ต
    • ต่อเครื่องเสียงกับพอร์ต HDMI ของโทรทัศน์ที่มีข้อความ “ARC” หรือ “eARC/ARC
    • ตั้งค่าระบบดังนี้
      [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [โหมด eARC] — [อัตโนมัติ]
      [การตั้งค่า] — [การแสดงผลและการปรับเสียง] — [สัญญาณเสียงออก] — [ลำโพง] — [เครื่องเสียง]
    • เปิดใช้คุณสมบัติ eARC ของเครื่องเสียง
    [122] เสียง | เสียง

    ท่านไม่สามารถใช้การค้นหาด้วยเสียงด้วยไมโครโฟนในตัวทีวี (เฉพาะทีวีที่มีไมโครโฟนในตัว)

    ตรวจสอบว่าสวิตช์ไมค์ในตัวเปิดทำงานหรือไม่ ประสิทธิภาพในการตรวจจำเสียงของไมค์ในตัวอาจลดลงเช่นกันในกรณีต่อไปนี้

    • เมื่อเปิดใช้งานคุณสมบัติ eARC
    • เมื่อเชื่อมต่อซาวด์บาร์
    • เมื่อตั้งค่า [โหมดส่งต่อ] เป็น [อัตโนมัติ]
    [123] เสียง | เสียง

    TV จะตอบสนองต่อเสียงแวดล้อม (เฉพาะ TV ที่มีไมค์ในตัว)

    ไมค์ในตัวของ TV อาจดูดเสียงแวดล้อมและทำงานโดยไม่ได้ตั้งใจ
    ปรับค่าความไวของไมค์ในตัวของทีวีเป็น [ปานกลาง] หรือ [ต่ำ]

    กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล แล้วเลือกลำดับต่อไปนี้
    [การตั้งค่า] — [ระบบ] — [ความไวของไมโครโฟนในตัว]

    [124] การแก้ไขปัญหา

    เครือข่าย (อินเตอร์เน็ต/บ้าน)/แอป

    • ทีวีไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต/เครือข่ายได้
    • ท่านเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ แต่เชื่อมต่อกับแอปและบริการบางอย่างไม่ได้
    [125] เครือข่าย (อินเตอร์เน็ต/บ้าน)/แอป | เครือข่าย (อินเตอร์เน็ต/บ้าน)/แอป

    ทีวีไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต/เครือข่ายได้

    หากไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายหรือมีการยกเลิกการเชื่อมต่อ โปรดลองทำดังนี้

    • กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล แล้วตรวจสอบว่าเปิดใช้งานค่าต่อไปนี้ไว้
      [การตั้งค่า] — [เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต] — [Wi-Fi]
    • ตรวจสอบตำแหน่งติดตั้งของทีวีและเราเตอร์ไร้สาย สภาพสัญญาณอาจได้รับผลกระทบจากสิ่งเหล่านี้
      • มีอุปกรณ์ไร้สายอื่น เตาไมโครเวฟ หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ ฯลฯ วางอยู่ใกล้เคียง
      • มีพื้นหรือผนังขวางระหว่างเราเตอร์ไร้สายกับทีวี
    • ปิดเปิดเราเตอร์ไร้สายแล้วลองใหม่อีกครั้ง
    • หากระบบไม่แสดงชื่อเครือข่าย (SSID) ของเร้าท์เตอร์ไร้สายที่ท่านต้องการเชื่อมต่อ โปรดเลือก [เพิ่มเครือข่ายใหม่] เพื่อป้อนชื่อเครือข่าย (SSID)

    หากปัญหายังคงอยู่หลังจากทำตามขันตอนข้างต้น หรือท่านไม่สามารถเชื่อมต่อได้แม้กับเครือข่ายแบบมีสาย โปรดตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อเครือข่าย

    การตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อเครือข่าย

    1. กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต] — [สถานะเครือข่าย] — [ตรวจสอบการเชื่อมต่อ]
      ตรวจสอบการเชื่อมต่อกับเครือข่ายของท่าน และ/หรือ ข้อมูลการเชื่อมต่อในคู่มือการใช้งานเซิร์ฟเวอร์ หรือติดต่อกับเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตั้งค่ากับเครือข่าย (ผู้ดูแลระบบเครือข่าย)

    คำแนะนำ

    • วิธีแก้ไขปัญหาจะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบสถานะเครือข่าย โปรดดูวิธีแก้ไขแต่ละปัญหาที่ “คำถามที่ถูกถามบ่อย” บนเว็บไซต์ช่วยเหลือของ Sony

    หมายเหตุ

    • ถ้าเชื่อมต่อสาย LAN เข้ากับเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานอยู่และทีวีได้รับไอพีแอดเดรสแล้ว ให้ท่านตรวจสอบการเชื่อมต่อและการปรับตั้งค่าของเซิร์ฟเวอร์สื่อข้อมูลของท่าน

      กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต] — [สถานะเครือข่าย]

    [126] เครือข่าย (อินเตอร์เน็ต/บ้าน)/แอป | เครือข่าย (อินเตอร์เน็ต/บ้าน)/แอป

    ท่านเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ แต่เชื่อมต่อกับแอปและบริการบางอย่างไม่ได้

    • การตั้งค่าวันที่และเวลาของทีวีเครื่องนี้อาจไม่ถูกต้อง ท่านอาจไม่สามารถเชื่อมต่อกับแอปและบริการเหล่านี้ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแอปและบริการบางอย่างหากเวลาไม่ถูกต้อง
      หากเวลาไม่ถูกต้อง ให้กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — เปิดใช้งาน [วันที่และเวลาอัตโนมัติ] ใน [ระบบ] — [วันที่และเวลา]
    • ตรวจสอบว่าสาย LAN หรือสายไฟ AC (สายหลัก) ของเราเตอร์/โมเด็ม* เชื่อมต่ออย่างถูกต้องหรือไม่
      * เราเตอร์/โมเด็มของท่านต้องได้รับการตั้งค่าเพื่อเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเสียก่อน ติดต่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของท่านสำหรับการตั้งค่าเราเตอร์/โมเด็ม
    • ให้ลองใช้แอปในครั้งถัดไป เซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการเนื้อหาแอปอาจยังไม่เปิดบริการ

    คำแนะนำ

    • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่เว็บไซต์ช่วยเหลือของ Sony
      เว็บไซต์ช่วยเหลือ
    [127] การแก้ไขปัญหา

    รีโมทคอนโทรล/อุปกรณ์เสริม

    • รีโมทคอนโทรลไม่ทำงาน
    • ท่านต้องการปิดไฟของรีโมทคอนโทรล (เฉพาะรีโมทคอนโทรลที่มีไฟเท่านั้น)
    [128] รีโมทคอนโทรล/อุปกรณ์เสริม | รีโมทคอนโทรล/อุปกรณ์เสริม

    รีโมทคอนโทรลไม่ทำงาน

    ให้ตรวจสอบว่าทีวีทำงานตามปกติหรือไม่

    • กดปุ่มเปิด/ปิดบนทีวีเพื่อตรวจดูว่าปัญหาดังกล่าวเป็นที่รีโมทคอนโทรลหรือไม่ โปรดดูตำแหน่งของปุ่มเปิด/ปิดที่ คู่มืออ้างอิง ที่ให้มาพร้อมกับทีวี
    • หากทีวีไม่ทำงาน ให้ลองทำการรีเซ็ตใหม่อีกครั้ง
      หากจำเป็นต้องตั้งค่าทีวีใหม่ทั้งหมด (เปิดใหม่อีกครั้ง)

    ให้ตรวจสอบว่ารีโมทคอนโทรลทำงานได้ตามปกติหรือไม่

    • หันรีโมทคอนโทรลไปที่เซ็นเซอร์รีโมทคอนโทรลบริเวณด้านหน้าของทีวี
    • ตรวจสอบว่าไม่มีสิ่งกีดขวางอยู่ที่บริเวณเซ็นเซอร์รีโมท
    • แสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์อาจรบกวนการทำงานของรีโมทคอนโทรล ทดลองปิดหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์
    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทิศทางของแบตเตอรี่ตรงกับสัญลักษณ์บวก (+) และลบ (-) ในช่องบรรจุแบตเตอรี่
    • แบตเตอรี่อาจมีพลังงานต่ำ ถอดฝาครอบรีโมทคอนโทรลออกและเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่
      • แบบเลื่อน
        ภาพประกอบวิธีการถอดฝาครอบรีโมทคอนโทรลออก
      • แบบกด-ปล่อย
        ภาพประกอบวิธีการถอดฝาครอบรีโมทคอนโทรลออก

    หมายเหตุ

    • รีโมทคอนโทรลที่มี ปุ่ม MIC เชื่อมต่ออยู่กับทีวีผ่าน Bluetooth สัญญาณรบกวนจากคลื่นวิทยุอาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ต่อไปนี้และก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น การใช้งานไมโครโฟนหรือรีโมทคอนโทรลย่ำแย่ เนื่องจากคลื่นวิทยุบลูทูธใช้ความถี่เดียวกันกับความถี่ที่คลื่นวิทยุแผ่ออกมาจากไมโครเวฟและ LAN ไร้สาย (IEEE802.11b/g/n)
      • มีผู้คนหรืออุปสรรค (เช่น วัตถุโลหะหรือกำแพง) อยู่ระหว่างทีวีและรีโมทคอนโทรล
      • มีการใช้งานไมโครเวฟในบริเวณใกล้เคียง
      • มีการเข้าถึงจุด LAN ไร้สายในบริเวณใกล้เคียง
      • ทีวีและรีโมทคอนโทรลไม่ใช่คู่กัน
      ในกรณีเหล่านี้ ให้ลองทำตามวิธีแก้ไขต่อไปนี้
      • ใช้รีโมทคอนโทรลใกล้กับทีวีมากขึ้น
      • นำอุปสรรคออกจากพื้นที่ระหว่างทีวีและรีโมทคอนโทรล
      • ใช้รีโมทคอนโทรลเมื่อไม่มีการใช้งานไมโครเวฟ
      • ปิดอุปกรณ์บลูทูธ
      • ตรวจสอบการตั้งค่าบลูทูธของทีวี แล้วเปิดและปิดทีวี
        กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล แล้วเลือกรายการต่อไปนี้ตามลำดับ
        หากปิดใช้งาน [การตั้งค่า] — [รีโมตและอุปกรณ์เสริม] — [Bluetooth] ไว้ ให้เปิดใช้งาน หากเปิดการใช้งานอยู่แล้ว ให้ปิดการใช้งาน แล้วเปิดการใช้งานใหม่อีกครั้ง
      • ติดตั้งจุดเข้าถึง LAN ไร้สายและไมโครเวฟให้ห่างจากทีวีอย่างน้อย 10 ม.
      • หากมีแถบคลื่นความถี่ 5 GHz (IEEE802.11a) ที่ใช้งานได้ใน LAN ไร้สาย ให้เชื่อมต่อกับแถบคลื่นความถี่ 5 GHz
      • จับคู่รีโมทคอนโทรลอีกครั้ง
        กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล แล้วเลือกรายการต่อไปนี้ตามลำดับ
        [การตั้งค่า] — [รีโมตและอุปกรณ์เสริม] — [รีโมทคอนโทรล] — [เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth] — [เชื่อมต่อรีโมทคอนโทรลอันใหม่] — ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อเชื่อมต่อกับรีโมทคอนโทรลใหม่
        หากไม่สามารถใช้งาน TV ผ่านรีโมทคอนโทรลที่จัดมาให้ ให้เลือกรายการข้างต้นตามลำดับจนถึง [เชื่อมต่อรีโมทคอนโทรลอันใหม่] โดยใช้รีโมทคอนโทรล TV เครื่องอื่นของ Sony แล้วลองทำการเชื่อมต่ออีกครั้งโดยใช้รีโมทคอนโทรลที่จัดมาให้
    • มีรีโมทคอนโทรลบลูทูธซึ่งจับคู่กับทีวีมาให้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นของท่าน ระหว่างการจัดส่ง จะไม่สามารถใช้รีโมทคอนโทรลที่จับคู่ซึ่งให้มาด้วยควบคุมทีวีเครื่องอื่นได้ ในการตรวจสอบการทำงานของรีโมทคอนโทรล ให้ใช้งานร่วมกับทีวีที่ให้มาคู่กับรีโมทคอนโทรลดังกล่าว

    การรีเซ็ตรีโมทคอนโทรล

    หากรีโมทคอนโทรลทำงานไม่ถูกต้องเนื่องจากหน้าสัมผัสของแบตเตอรี่ไม่ดีหรือมีไฟฟ้าสถิตย์ อาจสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยทำการรีเซ็ตรีโมทคอนโทรล

    1. ถอดแบตเตอรี่ออกจากรีโมทคอนโทรล
    2. กดปุ่มเปิด/ปิดของรีโมทคอนโทรลประมาณสามวินาที
    3. ใส่แบตเตอรี่ใหม่ลงในรีโมทคอนโทรล

    หากปัญหายังคงอยู่ โปรดดูที่หน้า หากจำเป็นต้องตั้งค่าทีวีใหม่ทั้งหมด (เปิดใหม่อีกครั้ง) และ คำถามที่ถูกถามบ่อยสำหรับการแก้ไขปัญหา

    หมายเหตุ

    • เมื่อท่านถอดปลั๊กและเสียบปลั๊กทีวีอีกครั้ง ท่านอาจไม่สามารถเปิดทีวีได้ชั่วขณะแม้ว่าท่านจะกดปุ่มเปิดปิดบนรีโมทคอนโทรลหรือทีวี เนื่องจากการเริ่มต้นระบบจำเป็นต้องใช้เวลาครู่หนึ่ง รอเป็นเวลา 10 ถึง 20 วินาที จากนั้นให้ทดลองอีกครั้ง
    [129] รีโมทคอนโทรล/อุปกรณ์เสริม | รีโมทคอนโทรล/อุปกรณ์เสริม

    ท่านต้องการปิดไฟของรีโมทคอนโทรล (เฉพาะรีโมทคอนโทรลที่มีไฟเท่านั้น)

    ท่านสามารถปิดไฟของรีโมทคอนโทรลได้

    1. กดค้างที่ปุ่ม (ระดับเสียง) - และปุ่ม HOME/(โฮม) ที่รีโมทคอนโทรลพร้อม ๆ กันเป็นเวลา 2 วินาที
      ปล่อยเมื่อ MIC LED ที่รีโมทคอนโทรลติดสว่างสองครั้ง
      เปิดใช้ไฟพื้นหลังรีโมทคอนโทรลอีกครั้งโดยทำตามขั้นตอนที่ระบุข้างต้น
    [130] การแก้ไขปัญหา

    พลังงาน

    • ทีวีไม่สามารถปิดได้โดยใช้รีโมทคอนโทรลได้
    • ทีวีปิดเองโดยอัตโนมัติ
    • ทีวีเปิดเองโดยอัตโนมัติ
    • ไม่สามารถเปิดทีวีได้
    [131] พลังงาน | พลังงาน

    ทีวีไม่สามารถปิดได้โดยใช้รีโมทคอนโทรลได้

    แบตเตอรี่ในรีโมทคอนโทรลอาจหมด เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่หรือปิดทีวีโดยใช้ปุ่มเปิด/ปิดบนทีวีแทน
    ท่านสามารถกดปุ่มเปิด/ปิดบนทีวีค้างไว้เพื่อปิดได้

    หมายเหตุ

    • ตำแหน่งของปุ่มเปิด/ปิดบนทีวีจะแตกต่างกันออกไปตามรุ่น/ประเทศ/ภูมิภาคของท่าน
      ตัวอย่างของรุ่นที่มีปุ่มเปิด/ปิดใต้ไฟ LED

    คำแนะนำ

    • สำหรับรุ่นที่มี 1 ปุ่มบนทีวี (ปุ่มเปิด/ปิดเท่านั้น) ท่านสามารถกดปุ่มเปิด/ปิดบนทีวีเพื่อแสดงเมนูการใช้งานแล้วปรับระดับเสียงหรือเปลี่ยนช่องได้
    • เมื่อระดับแบตเตอรี่ของรีโมทคอนโทรลต่ำ จะมีข้อความแจ้งเตือนบนเมนู HOME
    [132] พลังงาน | พลังงาน

    ทีวีปิดเองโดยอัตโนมัติ

    • หน้าจออาจถูกปิดเนื่องจากการตั้งค่า [ตั้งเวลาปิด]
    • ตรวจสอบการตั้งค่า [ระยะเวลา] ของ [ตั้งเวลาเปิด]
    • หากเวลาที่กำหนดใน [ปิดหลังทีวีจาก] ผ่านพ้นนไป ระบบจะปิดทำงานอัตโนมัติ

      ตรวจสอบค่าปรับตั้งโดยกดที่ปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล แล้วเลือกรายการต่อไปนี้ตามลำดับ
      [การตั้งค่า] — [ระบบ] — [กำลังไฟฟ้าและพลังงาน] — [โหมดประหยัดพลังงาน] — [ปิดหลังทีวีจาก]

    [133] พลังงาน | พลังงาน

    ทีวีเปิดเองโดยอัตโนมัติ

    • ตรวจสอบว่าได้เปิดใช้งาน [ตั้งเวลาเปิด] หรือไม่
    • ปิดการตั้งค่า [เปิดทีวีอัตโนมัติ] ใน [การตั้งค่า BRAVIA Sync]
    [134] พลังงาน | พลังงาน

    ไม่สามารถเปิดทีวีได้

    ทำตามขั้นตอนตามลำดับด้านล่างจนกว่าจะแก้ไขปัญหาได้

    1. ตรวจสอบว่าเปิดทีวีด้วยรีโมทคอนโทรลได้หรือไม่

    ชี้รีโมทคอนโทรลไปที่เซ็นเซอร์ที่ด้านหน้าของทีวีและกดปุ่มเปิด/ปิดบนรีโมทคอนโทรล
    ตรวจดูว่าทีวีเปิดอยู่หรือไม่
    หากทีวีไม่เปิด ให้ลองรีเซ็ตทีวี (เปิดใหม่อีกครั้ง)

    • หากจำเป็นต้องตั้งค่าทีวีใหม่ทั้งหมด (เปิดใหม่อีกครั้ง)

    2. ตรวจสอบว่าเปิดทีวีด้วยปุ่มเปิด/ปิดบนทีวีได้หรือไม่

    กดปุ่มเปิด/ปิดบนทีวีและตรวจสอบว่าทีวีเปิดอยู่หรือไม่
    สำหรับตำแหน่งของปุ่มเปิด/ปิด โปรดดูที่ คู่มืออ้างอิง
    หากทีวีเปิดเครื่องตามขั้นตอนนี้ อาจเกิดปัญหากับรีโมทคอนโทรล โปรดดูที่หัวข้อต่อไปนี้

    • รีโมทคอนโทรลไม่ทำงาน

    3. ถอดปลั๊กสายไฟ AC ออก (สายหลัก)

    ถอดสายไฟ (สายหลัก) ออกจากเต้าเสียบไฟฟ้า จากนั้นกดปุ่มเปิด/ปิดทีวีแล้วรอประมาณ 2 นาที และเสียบสายไฟ (สายหลัก) กลับเข้าไปในเต้าเสียบไฟฟ้า

    คำแนะนำ

    • เมื่อท่านถอดปลั๊กและเสียบปลั๊กทีวีอีกครั้ง ท่านอาจไม่สามารถเปิดทีวีได้ชั่วขณะแม้ว่าท่านจะกดปุ่มเปิด/ปิดบนรีโมทคอนโทรลหรือทีวี เนื่องจากการเริ่มต้นระบบจำเป็นต้องใช้เวลาครู่หนึ่ง รอเป็นเวลา 10 ถึง 20 วินาที จากนั้นให้ทดลองอีกครั้ง
    [135] การแก้ไขปัญหา

    อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

    • ไม่มีภาพจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่
    • ท่านไม่สามารถเลือกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้
    • ท่านไม่สามารถค้นหาอุปกรณ์ BRAVIA Sync HDMI ที่เชื่อมต่ออยู่
    • ท่านไม่สามารถปิดกล่องเคเบิล/ดาวเทียมโดยใช้รีโมทคอนโทรลของทีวีได้
    • ไม่สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่อพ่วง (เช่น กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์) โดยใช้รีโมทคอนโทรลของทีวี (ใช้ได้เฉพาะกับรุ่นที่เข้ากันได้ของกล่องควบคุมโทรทัศน์)
    • ตัดการทำงาน หรืออุปกรณ์ไม่ทำงาน
    [136] อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ | อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

    ไม่มีภาพจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

    • เปิดอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่
    • ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายสัญญาณระหว่างอุปกรณ์ดังกล่าวกับทีวี
    • กดปุ่ม (เลือกอินพุต) เพื่อแสดงรายการสัญญาณเข้า จากนั้นเลือกสัญญาณเข้าที่ต้องการ
    • เสียบอุปกรณ์ USB ให้ถูกต้อง
    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่า อุปกรณ์ USB ดังกล่าวได้รับการฟอร์แมตอย่างถูกต้องแล้ว
    • ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ USB ได้ทุกตัว นอกจากนี้ วิธีการใช้งานจะแตกต่างกันไปตามคุณสมบัติของอุปกรณ์ USB หรือไฟล์วิดีโอที่กำลังเล่นอยู่
    • เปลี่ยนรูปแบบสัญญาณ HDMI ของสัญญาณเข้า HDMI ที่ไม่แสดงภาพเป็นรูปแบบมาตรฐาน กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่องต่อเข้า] — [รูปแบบสัญญาณ HDMI] — เลือกสัญญาณขาเข้า HDMI ที่ต้องการตั้งค่า
    [137] อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ | อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

    ท่านไม่สามารถเลือกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้

    • ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายสัญญาณ
    [138] อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ | อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

    ท่านไม่สามารถค้นหาอุปกรณ์ BRAVIA Sync HDMI ที่เชื่อมต่ออยู่

    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าว่าอุปกรณ์ของท่านรองรับ BRAVIA Sync
    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ตั้งค่า [การควบคุมสำหรับ HDMI] บนอุปกรณ์ที่รองรับ BRAVIA Sync และ [การตั้งค่า BRAVIA Sync] — [การควบคุม BRAVIA Sync] บนทีวี
    [139] อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ | อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

    ท่านไม่สามารถปิดกล่องเคเบิล/ดาวเทียมโดยใช้รีโมทคอนโทรลของทีวีได้

    รุ่นที่รองรับระบบควบคุมกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์จะมีรายการ [การตั้งค่ากล่องเคเบิล/ดาวเทียม] อยู่ [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่องต่อเข้า]

    [140] อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ | อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

    ไม่สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่อพ่วง (เช่น กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์) โดยใช้รีโมทคอนโทรลของทีวี (ใช้ได้เฉพาะกับรุ่นที่เข้ากันได้ของกล่องควบคุมโทรทัศน์)

    รุ่นที่รองรับระบบควบคุมกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์จะมีรายการ [การตั้งค่ากล่องเคเบิล/ดาวเทียม] อยู่ [การตั้งค่า] — [ช่อง & ช่องต่อเข้า] — [ช่องต่อเข้า]

    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีวีของท่านรองรับอุปกรณ์ภายนอก
    • หากท่านกดปุ่มบนรีโมทคอนโทรลค้างไว้การทำงานอาจไม่ทำงาน ให้ลองกดปุ่มซ้ำ
    • ปุ่มบางปุ่มอาจไม่ทำงาน ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ภายนอก
    [141] อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ | อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่

    ตัดการทำงาน หรืออุปกรณ์ไม่ทำงาน

    • ตรวจดูว่าอุปกรณ์เปิดอยู่หรือไม่
    • เปลี่ยนแบตเตอรี่ของอุปกรณ์
    • ลงทะเบียนอุปกรณ์ซ้ำอีกครั้ง
    • อุปกรณ์บลูทูธใช้แถบคลื่นความถี่ 2.4GHz ดังนั้น ความเร็วการสื่อสารอาจลดลงหรือถูกตัดเป็นบางครั้ง เนื่องมาจากการรบกวนของ LAN ไร้สาย
      หากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (เช่น ไมโครเวฟหรืออุปกรณ์มือถือ) วางอยู่ในบริเวณใกล้เคียง อาจทำให้สัญญาณรบกวนจากคลื่นวิทยุเพิ่มมากขึ้น
    • ทีวีหรืออุปกรณ์บนชั้นวางโลหะอาจไม่ทำงานเนื่องจากสัญญาณรบกวนจากการสื่อสารแบบไร้สาย
    • สำหรับระยะห่างในการสื่อสารระหว่างทีวีและอุปกรณ์อื่นที่สามารถใช้ได้ ให้ดูคู่มือการใช้งานของอุปกรณ์นั้น
    • เมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์บลูทูธหลายตัวเข้ากับทีวี คุณภาพการสื่อสารบลูทูธอาจลดลง
    [142] การแก้ไขปัญหา

    LED

    • ท่านต้องการปิดใช้งานไฟ LED เพื่อไม่ให้ไฟสว่างขึ้นหรือกะพริบ
    • ไฟ LED การตอบสนองการดำเนินการ จะกะพริบเป็นสีแดง
    [143] LED | LED

    ท่านต้องการปิดใช้งานไฟ LED เพื่อไม่ให้ไฟสว่างขึ้นหรือกะพริบ

    ท่านสามารถใช้การตั้งค่าด้านล่างเพื่อปิดไฟ LED ได้

    วิธีปิดไฟ LED การตอบสนองการดำเนินการ (ไฟ LED สีขาว)

    กดปุ่ม (การตั้งค่าเร็ว) ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ระบบ] — [ไฟสัญญาณ LED] — ปิดใช้งาน [การตอบสนองการดำเนินการ]

    การปิด การตอบสนองการดำเนินการ LED (LED สีอำพัน)/LED ฟังก์ชั่นเสียง (LED สีอำพัน) (เฉพาะโทรทัศน์ที่มีไมค์ในตัว)

    ปิด LED ระบบสั่งการด้วยเสียงขณะที่ปิด สวิตช์ไมโครโฟนในตัว หรือปิด LED แสดงการทำงานสีอำพันเมื่อเปิดใช้ สวิตช์ไมโครโฟนในตัว จาก [การตั้งค่า] — [ระบบ] — [ไฟสัญญาณ LED] ให้ปิดใช้งาน [สถานะการตรวจจับเสียง]

    [144] LED | LED

    ไฟ LED การตอบสนองการดำเนินการ จะกะพริบเป็นสีแดง

    นับจำนวนครั้งที่กะพริบ (ภายในช่วงเวลา 3 วินาที)
    รีบูททีวีโดยถอดสายไฟ AC ออกจากทีวีเป็นเวลา 2 นาที จากนั้นเปิดทีวี
    หากยังพบปัญหาอยู่ ให้ถอดสายไฟ AC ออก แล้วติดต่อฝ่ายช่วยเหลือลูกค้าของ Sony โดยแจ้งจำนวนครั้งที่ไฟ LED การตอบสนองการดำเนินการ กะพริบ

    [145]

    ดัชนี/อื่น ๆ

    • ดัชนี
    • การใช้คู่มือช่วยเหลือ
    • รายละเอียดทางเทคนิค
    • เว็บไซต์ช่วยเหลือ
    • อัปเดตทีวีอยู่เสมอ
    • ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า
    [146] ดัชนี/อื่น ๆ

    ดัชนี

    รายการทีวี

    • GUIDE/(คำแนะนำ)
    • การออกอากาศแบบอินเตอร์แอคทีฟ
    • ตั้งค่าช่อง
    • การล็อกโดยผู้ปกครอง

    รูปภาพ/จอแสดงผล

    • ภาพ 4K
    • โฮมเมนู
    • ภาพ
    • วันที่และเวลา
    • ภาษา / Language
    • การตั้งค่าจอภาพขั้นสูง
    • เลื่อนพิกเซล
    • รีเฟรชจอภาพ

    เสียง/เสียงพูด

    • การค้นหาด้วยเสียง, การใช้
    • การปรับเสียง

    รีโมทคอนโทรล

    • การค้นหาด้วยเสียง
    • HOME/(โฮม)
    • การตั้งค่าเร็ว
    • อินพุต
    • SYNC MENU

    การเชื่อมต่อ

    • บลูทูธ
    • Chromecast
    • BRAVIA Sync
    • อินเตอร์เน็ต

      อุปกรณ์ภายนอก

      • เครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์/DVD, การเชื่อมต่อ
      • อุปกรณ์เก็บข้อมูล, USB ฯลฯ
      • คอมพิวเตอร์
      • กล้องดิจิตอล, กล้องวิดีโอ
      • เครื่องเสียง

      แอป

      • Google Play Store
      • YouTube™
      • Netflix

      การเล่นไฟล์

      • คอมพิวเตอร์
      • ไฟล์และฟอร์แมตที่สนับสนุน
      • กล้องดิจิตอล, กล้องวิดีโอ

      อื่นๆ

      • เริ่มต้นใหม่
      • การเข้าถึง
      • อัพเดทซอฟท์แวร์ระบบ
      [147] ดัชนี/อื่น ๆ

      การใช้คู่มือช่วยเหลือ

      คู่มือช่วยเหลือนี้จะอธิบายวิธีการใช้งานทีวีเครื่องนี้ นอกจากนี้คุณยังสามารถดูรายละเอียดในการติดตั้ง TV ได้จาก คู่มือการตั้งค่า และข้อมูลรายละเอียดทางเทคนิค รวมทั้งการติดตั้ง TV ที่ผนังได้จาก คู่มืออ้างอิง

      เวอร์ชันคู่มือช่วยเหลือ

      มีคู่มือช่วยเหลืออยู่ 2 เวอร์ชัน ได้แก่ คู่มือช่วยเหลือในเครื่องและคู่มือช่วยเหลือออนไลน์ คู่มือช่วยเหลือออนไลน์มีข้อมูลล่าสุด
      คู่มือช่วยเหลือออนไลน์จะแสดงโดยอัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อทีวีเข้ากับอินเตอร์เน็ต หากไม่ได้เชื่อมต่อจะแสดงคู่มือช่วยเหลือในเครื่องแทน

      หมายเหตุ

      • ท่านอาจจำเป็นต้องอัปเดตซอฟต์แวร์ของทีวีเพื่อใช้งานคุณสมบัติล่าสุดที่อธิบายไว้ในคู่มือช่วยเหลือ โปรดดูข้อมูลเกี่ยวกับการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่หน้า การอัปเดตซอฟต์แวร์
      • ชื่อของการตั้งค่าในคู่มือช่วยเหลืออาจแตกต่างจากชื่อที่แสดงในทีวี โดยจะขึ้นอยู่กับวันที่วางจำหน่ายทีวีหรือรุ่น/ประเทศ/ภูมิภาคของท่าน
      • ภาพและภาพประกอบที่ใช้ในคู่มือช่วยเหลืออาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นทีวีของท่าน
      • การออกแบบและข้อมูลจำเพาะอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
      • คู่มือช่วยเหลือมีคำอธิบายทั่วไปสำหรับทุกรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศ คำอธิบายคุณสมบัติบางส่วนอาจไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น/ภูมิภาค/ประเทศของท่าน

      คำแนะนำ

      • ตรวจสอบว่า TV ของคุณรองรับฟังก์ชั่นที่ระบุในคู่มือช่วยเหลือหรือไม่โดยตรวจสอบรายละเอียดจาก คู่มืออ้างอิง หรือเว็บไซต์ของ Sony
      • คู่มือช่วยเหลือนี้เขียนขึ้นสำหรับทุกภูมิภาค/ประเทศ คำอธิบายบางส่วนในคู่มือช่วยเหลือนี้ไม่สามารถใช้ได้ในบางภูมิภาคและประเทศ
      [148] ดัชนี/อื่น ๆ

      รายละเอียดทางเทคนิค

      ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคได้จากเว็บไซต์ให้บริการของ Sony
      กรุณาเข้าไปที่หน้าผลิตภัณฑ์สำหรับทีวีรุ่นของคุณและตรวจสอบ รายละเอียดทางเทคนิค ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเว็บไซต์บริการได้จากหน้า เว็บไซต์ช่วยเหลือ

      ภาพเว็บไซต์ให้บริการระบุรายละเอียดทางเทคนิค

      หมายเหตุ

      • หน้า รายละเอียดทางเทคนิค อาจไม่มีเผยแพร่ไว้สำหรับทีวีรุ่นที่คุณใช้ ในกรณีนี้ กรุณาดูรายละเอียดได้จาก คู่มืออ้างอิง
      [149] ดัชนี/อื่น ๆ

      เว็บไซต์ช่วยเหลือ

      สำหรับข้อมูลล่าสุดและคู่มือช่วยเหลือออนไลน์ โปรดไปที่เว็บไซต์ช่วยเหลือของ Sony:

      https://www.sony-asia.com/support/
      คิวอาร์โค้ดสำหรับเว็บไซต์ช่วยเหลือของ Sony
      https://www.sony-asia.com/support/

      [150] ดัชนี/อื่น ๆ

      อัปเดตทีวีอยู่เสมอ

      ทีวีจะรับข้อมูล เช่น คำแนะนำรายการขณะอยู่ในโหมดสแตนด์บาย/สแตนด์บายผ่านเครือข่าย เพื่อให้ทีวีของท่านได้รับการอัปเดตอยู่เสมอ เราขอแนะนำให้ท่านปิดทีวีตามปกติโดยใช้ปุ่มเปิดปิดบนรีโมทคอนโทรลหรือทีวี

      [151] ดัชนี/อื่น ๆ

      ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า

      โลโก้ Vewd

      • Vewd® Core. Copyright 1995-2023 Vewd Software AS. All rights reserved.

      โลโก้บลูทูธ

      • ข้อความ Bluetooth® และโลโก้เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Bluetooth SIG, Inc. การใช้เครื่องหมายดังกล่าวโดย Sony Group Corporation และหน่วยงานในสังกัดอยู่ภายใต้การขออนุญาต

        โลโก้ hevc

        • ภายใต้ข้อถือสิทธิ์ตั้งแต่หนึ่งรายการขึ้นไปของบรรดาสิทธิบัตร HEVC ซึ่งระบุไว้ที่ patentlist.accessadvance.com

        • Wi-Fi®, Wi-Fi Alliance® และ Wi-Fi Direct® เป็น เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Wi-Fi Alliance
        • โลโก้ Wi-Fi CERTIFIED™ และ Wi-Fi CERTIFIED 6™ เป็นเครื่องหมายรับรองของ Wi-Fi Alliance

        • Amazon, Prime Video และโลโก้ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องถือเป็นเครื่องหมายการค้าของ Amazon.com, Inc. หรือหน่วยงานในสังกัด

        • BRAVIA เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Sony Group Corporation หรือหน่วยงานในสังกัด

        • เครื่องหมายการค้าอื่นทัง้ หมดเป็นทรัพย์สินของเจ้าของ ดังกล่าว

        หมายเหตุ

        • ความพร้อมของบริการต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับพื้นที่/ประเทศของคุณ