จอ LCD/จอแสดงผล LCDBZ40P / BZ35P / BZ30P

ระบบ

กดปุ่ม OPTIONS ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือก [การตั้งค่า] — [ระบบ] — แล้วเลือกตัวเลือกที่ต้องการ


[โหมดภาพพักหน้าจอ]

เพื่อป้องกันภาพติดค้างบนหน้าจอ ท่านสามารถตั้งค่าภาพพักหน้าจอและระยะเวลาที่ไม่ใช้งานก่อนเริ่มใช้งานภาพพักหน้าจอได้


[กำลังไฟฟ้าและพลังงาน]

กำหนดค่าเพื่อประหยัดพลังงานและการเริ่มทำงานของจอ LCD/จอแสดงผล


[เกี่ยวกับ]

ท่านสามารถตรวจสอบชื่ออุปกรณ์และสถานะการทำงานของจอแสดงผล รวมถึงข้อมูลระบบปฏิบัติการของ Android TV (เวอร์ชัน, แพตช์ความปลอดภัย, ฯลฯ) ได้ และยังสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนสำหรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านเครือข่ายและเมื่อมีการเผยแพร่เวอร์ชันใหม่ได้อีกด้วย


[วันที่และเวลา]

กำหนดค่าเวลาปัจจุบันและการแสดงนาฬิกาอัตโนมัติ


[ภาษา / Language]

เลือกภาษาเมนู


[แป้นพิมพ์]

ปรับการตั้งค่าของแป้นพิมพ์บนหน้าจอ


[พื้นที่เก็บข้อมูล]

เปลี่ยนการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูล


[ตัวเลือกของผู้พัฒนา]

เลือก [Enable developer options] หากเปิดใช้งาน จะทำการตั้งค่าต่อไปนี้ได้

ในการเปิดใช้งาน [ตัวเลือกของผู้พัฒนา]

  1. กดปุ่ม OPTIONS ที่รีโมทคอนโทรล จากนั้นเลือกคำสั่งต่อไปนี้ตามลำดับ

    [การตั้งค่า] — [เกี่ยวกับ] — [Android TV OS build] จากนั้นกดปุ่ม (ตกลง) บนรีโมทคอนโทรล 10 ครั้ง

  • [เปิดทำงานอยู่เสมอ]

    หน้าจอจะเปิดอยู่ตลอดเวลาขณะชาร์จ

  • [HDCP checking]

    กำหนดค่าลักษณะการทำงานของการตรวจสอบ HDCP เลือกจากตัวเลือกต่อไปนี้:

    • [Never check]

      ปิดใช้งานการตรวจสอบ HDCP

    • [Check for DRM content only]

      ตรวจสอบ HDCP เฉพาะกับเนื้อหาที่ได้รับการปกป้องด้วย DRM เท่านั้น

    • [Always check]

      ตรวจสอบ HDCP กับเนื้อหาทั้งหมด


การแก้ไขข้อบกพร่อง

[Bluetooth HCI snoop log]

เปิดใช้งานการดักจับข้อมูลผ่าน Bluetooth หลังจากเปลี่ยนการตั้งค่านี้แล้ว ให้ปิดการตั้งค่า Bluetooth แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง


[OEM unlock]

อนุญาตให้ปลดล็อกบูตโหลดเดอร์ได้ จำเป็นสำหรับงานพัฒนาขั้นสูง เช่น การติดตั้ง ROM แบบกำหนดเอง เปิดใช้งานการปลดล็อก OEM หลังจากตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของท่านแล้ว


[Picture color mode]

หากเปิดใช้งาน จะแสดงสีภาพเป็น sRGB


[USB debugging]

เปิดใช้งานการแก้ไขข้อบกพร่องผ่านการเชื่อมต่อ USB โดยใช้เครื่องมือพัฒนา เช่น ADB (Android Debug Bridge)


[Wireless debugging]

เปิดใช้งานการแก้ไขข้อบกพร่องผ่าน Wi-Fi เครื่องมือพัฒนา เช่น ADB (Android Debug Bridge) สามารถใช้งานแบบไร้สายได้


[Select mock location app]

ระบุแอปจำลองตำแหน่งที่ตั้งสำหรับการทดสอบ กำหนดค่าหลังจากติดตั้งแอปเสร็จแล้ว


[Enable view attribute inspection]

อนุญาตให้นักพัฒนาตรวจสอบข้อมูลคุณลักษณะขององค์ประกอบ UI ในแอปได้ ใช้สำหรับการแก้ไขข้อบกพร่องในระหว่างการพัฒนาแอป


[Wait for debugger]

หากเปิดใช้งาน จอ LCD/จอแสดงผล LCD จะรอให้เครื่องมือแก้ไขข้อบกพร่องเชื่อมต่อก่อน จึงจะเริ่มการทำงานแอป ใช้สำหรับแก้ไขข้อบกพร่องในกระบวนการต่างๆ ทันทีหลังจากเปิดใช้งานแอป


[Verify apps over USB]

หากเปิดใช้งาน ระบบจะตรวจสอบแอปที่ติดตั้งผ่าน ADB (Android Debug Bridge)/ADT (Android Development Tools) สำหรับลักษณะการทำงานที่เป็นอันตราย


[Logger buffer sizes]

กำหนดขนาดพื้นที่หน่วยความจำที่ใช้จัดเก็บบันทึกชั่วคราว


[Store logger data persistently on device]

เลือกเนื้อหาบัฟเฟอร์บันทึกที่จะจัดเก็บถาวร: [ทั้งหมด], [All but Radio] หรือ [Kernel Only]


เครือข่าย


[Wireless display certification]

แสดงหน้าจอยืนยันเมื่อได้รับคำขอเชื่อมต่อ


[Enable Wi-Fi verbose logging]

เพิ่มระดับการบันทึกข้อมูล Wi-Fi เพื่อแสดง SSID (ชื่อเครือข่าย) และ RSSI (ความแรงของสัญญาณที่ได้รับ) ในตัวเลือก Wi-Fi ใช้สำหรับแก้ไขข้อบกพร่องในการเชื่อมต่อ Wi-Fi


[Mobile data always active]

รักษาการเชื่อมต่อข้อมูลมือถือให้ใช้งานได้แม้ในขณะที่เชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่


[Select USB configuration]

เลือกโหมดการทำงานเมื่อเชื่อมต่อ USB เลือกจาก: [กำลังชาร์จ], [MTP (Media Transfer Protocol)], [PTP (Picture Transfer Protocol)], [RNDIS (USB Ethernet)] หรือ [MIDI]


อินพุต


[Show taps]

หากเปิดใช้งาน จะแสดงวงกลมหรือจุด ณ ตำแหน่งที่แตะ ช่วยให้เห็นได้ง่ายว่ากำลังแตะที่ส่วนใดของหน้าจอ


[Pointer location]

หากเปิดใช้งาน จะแสดงข้อมูลการสัมผัสโดยละเอียด เช่น พิกัดการสัมผัสและแรงกดในการสัมผัสบนหน้าจอ


การวาด


[Show surface updates]

หากเปิดใช้งาน ส่วนที่มีการอัปเดตจะกะพริบทุกครั้งที่หน้าจอรีเฟรช


[Show layout bounds]

แสดงขอบเขตและระยะขอบของคลิป


[Force RTL layout direction]

บังคับให้ทิศทางเค้าโครงหน้าจอเป็นแบบ RTL (ขวาไปซ้าย) สำหรับทุกภาษาหรือทุกภูมิภาค ใช้สำหรับทดสอบเค้าโครงสำหรับภาษาที่เขียนจากขวาไปซ้าย เช่น ภาษาอาหรับและภาษาฮิบรู


[Window animation scale]

ปรับความเร็วของภาพเคลื่อนไหวเมื่อเปิดและปิดแอป เลือกจาก 7 ระดับ: [Animation Off] (0×) สูงสุด 10×


[Transition animation scale]

ปรับความเร็วภาพเคลื่อนไหวสำหรับการเปลี่ยนหน้าจอภายในแอป เลือกจาก 7 ระดับ: [Animation Off] (0×) สูงสุด 10×


[Animator duration scale]

ปรับความเร็วภาพเคลื่อนไหวสำหรับองค์ประกอบ UI ที่สวยงามภายในแอป เลือกจาก 7 ระดับ: [Animation Off] (0×) สูงสุด 10×


[Simulate secondary displays]

หากเปิดใช้งาน จะจำลองจอแสดงผลภายนอกเสมือนบนจอ LCD/จอแสดงผล LCD ช่วยให้สามารถทดสอบสภาพแวดล้อมแบบหลายหน้าจอได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อจอแสดงผลภายนอกจริง ๆ


การเรนเดอร์แบบเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์


[Show screen updates]

ไฮไลต์พื้นที่ที่มีการอัปเดตระหว่างการเรนเดอร์หน้าจอ


[Show hardware layers updates]

แสดงองค์ประกอบ UI ที่ใช้เลเยอร์ฮาร์ดแวร์เป็นสีเขียวเมื่อมีการอัปเดต


[Debug GPU overdraw]

พื้นที่รหัสสีที่มีการวาดพิกเซลเดียวกันซ้ำหลายครั้ง


[Debug non-rectangular clip operations]

แสดงภาพการตัดในพื้นที่ที่ไม่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า


[Force 4× MSAA]

บังคับให้เปิดใช้งานการลดรอยหยักแบบหลายตัวอย่าง (MSAA) ในแอป OpenGL ES 2.0


[Disable HW overlays]

ปิดใช้งานการซ้อนทับฮาร์ดแวร์และใช้การประมวลผลภาพด้วย GPU เสมอ


[Simulate color space]

จำลองภาวะบกพร่องทางการมองเห็นสีเพื่อตรวจสอบลักษณะการแสดงผลของแอป


มีเดีย


[Disable USB audio routing]

ปิดใช้งานการสลับไปยังอุปกรณ์เสียง USB โดยอัตโนมัติ


เสียง


[Record Audio]

เปิดใช้งานฟังก์ชันบันทึกเสียงระหว่างการแก้ไขข้อบกพร่อง


การตรวจสอบ


[Enable strict mode]

แจ้งเตือนโดยการกระพริบหน้าจอเมื่อมีการดำเนินการที่ใช้เวลานานบนเธรดหลัก


[Profile HWUI rendering]

แสดงกราฟแสดงประสิทธิภาพการวาดบนหน้าจอ


[Enable OpenGL traces]

เปิดใช้งานการติดตาม OpenGL สำหรับการแก้ไขข้อบกพร่องด้านประสิทธิภาพกราฟิก


แอป


[Don't Keep Activities]

แอปจะปิดตัวเองทันทีเมื่อถูกย้ายไปทำงานในพื้นหลัง จำลองสภาวะหน่วยความจำเหลือน้อย


[Background Process Limit]

จำกัดจำนวนกระบวนการทำงานเบื้องหลังที่สามารถทำงานพร้อมกันได้


[Show All ANRs]

แสดงการแจ้งเตือนเมื่อแอปที่ทำงานอยู่เบื้องหลังหยุดการทำงาน (ANR)


[Standby Apps]

ตั้งค่าแอปให้อยู่ในโหมดสแตนด์บายและจำกัดการทำงานในพื้นหลัง เลือกแอปจากรายการเพื่อทำการกำหนดค่า


[Force allow apps on external]

หากเปิดใช้งาน จะอนุญาตให้แอปทั้งหมดเขียนข้อมูลลงในพื้นที่จัดเก็บภายนอกได้ โดยไม่คำนึงถึงค่าในไฟล์ Manifest


[Force activities to be resizable]

หากเปิดใช้งาน จะช่วยให้สามารถปรับขนาดกิจกรรมทั้งหมดในโหมดหลายหน้าต่างได้ โดยไม่คำนึงถึงค่าในไฟล์ Manifest


[เสียงระบบ]

กำหนดค่าเสียงของเครื่อง


[การควบคุมโดยผู้ปกครอง]

เปิดใช้งาน/ปิดใช้งานสัญญาณและแอปภายนอก


[Main unit lamp (LED)]

เปิด/ปิดไฟ (LED) ที่จะสว่างขึ้นเมื่อใช้งานจอแสดงผล


[Apple AirPlay และ HomeKit]

กำหนดค่าสำหรับ Apple AirPlay และ HomeKit

เมนูบนหน้าจอแสดงการตั้งค่าที่สามารถใช้งานได้

[AirPlay]

การเชื่อมต่อ [เปิด] (เปิดใช้งาน) หรือ [ปิด] (ปิดใช้งาน)


[Require Code]

ท่านสามารถเลือกได้ว่าจะให้ป้อนรหัสผ่านบ่อยแค่ไหน


[Subtitles and Captioning]

ท่านสามารถเลือกเปิดหรือปิดคำบรรยาย และกำหนดขนาดคำบรรยาย สี และค่าอื่น ๆ ได้

หมายเหตุ

  • หากใช้ AirPlay ใน โหมด Pro เราแนะนำให้ใช้ฟังก์ชัน “กู้คืนการตั้งค่า AirPlay”


การตั้งค่า HomeKit

ท่านสามารถตั้งค่าห้อง ชื่อ การแจ้งเตือน และอื่น ๆ ได้


[การตั้งค่าเริ่มแรก]

ตั้งค่าคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น เครือข่ายและช่องสัญญาณ สำหรับการใช้งานครั้งแรก


[เริ่มต้นใหม่]

รีสตาร์ทจอ LCD/จอแสดงผล LCD